้าห้องทำงานไปในตอนนั้นความกล้าหาญไม่กลัวใครของอวิ๋นตั่วก็หายไปจนหมด ความกลัวเริ่มผุดขึ้นมาแทนที่ ถ้าให้แม่มา แม่ก็ต้องเข้าข้างสือเหยียนอยู่แล้ว ในความคิดผู้ใหญ่ แค่สอบได้หนึ่งร้อยคะแนน ไม่ว่าทำอะไรก็ถูกทั้งนั้นเธอกลอกตาไปมา แล้วพูดกับตัวเอง แย่แล้ว จะให้แม่มาไม่ได้เด็ดขาดอวิ๋นตั่วเดินไปที่ห้องปราชาสัมพันธ์ ขอโทรศัพท์ ก่อนที่จะกดโทรหาอวิ๋นเฉียว “พี่มาที่โรงเรียนหนูหน่อยได้ไหม”“ทำไมล่ะ”“หนูมีเรื่องกับสือเหยียน”ปลายสายเงียบไปครู่ใหญ่กว่าจะมีเสียงดังขึ้นอีกครั้ง “อะไรนะ เธอมีเรื่องกับสือเหยียนเหรอ ไปเอาความกล้ามาจากไหนกัน”“เธอปล่อยข่าวลือว่าพ่อกับแม่จะหย่ากัน!” พอคิดถึงเรื่องนี้ อวิ๋นตั่วก็โมโหขึ้นมาอีกครั้ง“เธอพูดแบบนั้นจริงๆ น่ะเหรอ”“จริงค่ะ”“น่าจะฆ่าให้ตายไปเลยจริงๆ ตีไปแรงหรือเปล่า ขาหักเลยไหม”“ไม่ถึงขนาดนั้นสักหน่อย”“ไหนๆ ก็ลงมือแล้ว ทำไมไม่ทำแรงๆ ไปเลยล่ะ”“คุยกับใครน่ะ มียุให้ตีกันด้วยเหรอ” จู่ๆ เสียงของอวี่เจ๋อก็ดังขึ้นจากปลายสายอวิ๋นตั่วชะงักไป ก่อนที่จะเอ่ยออกมาเสียงเบา “หนูตบหน้าเธอไป แล้วครูให้เรียกผู้ปกครองมาพบ”“ได้ รออยู่ที่นั่นแหละ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้**!”**