”“ดูสิ ผมแค่พูดถึงเรื่องความรักทั่วไป คุณก็ชอบจับเรื่องมาผูกโยงไปเรื่อยแบบนี้มันดีกับตัวคุณตรงไหนกัน”“ถ้างั้นคุณลองบอกมาสิคะว่าถ้าไม่มีสือเหยียน คุณจะไปจากฉันหรือเปล่า” จ้าวเยว่ยังคงเค้นถาม“ไม่ไป” สือหยวนปลอบภรรยา“ทำไมมันถึงฟังดูฝืนใจพูดนักล่ะคะ”เขารู้อยู่แล้วล่ะว่ามันต้องออกมาเป็นแบบนี้ ผู้หญิงมักจะพูดด้วยเหตุผลไม่ค่อยเข้าใจ หากไม่พูด ก็จะบอกว่าคุณคิดจะทอดทิ้งภรรยากับลูก หากพูดก็จะบอกว่าไม่จริงใจมากพอ ต้องทำแบบไหนถึงจะถูกใจกันล่ะสือหยวนลุกขึ้นเดินไปทางห้องหนังสือจ้าวเยว่ยังไม่ยอมแพ้ เธอเดินตามเขาเข้าไปในห้องหนังสือด้วย “คุณยังไม่ตอบฉันเลยนะคะ คุณไม่เต็มใจใช่ไหม”สือหยวนวางหนังสือเข้าที่ในชั้น “ผมไม่เต็มใจตรงไหน ผมอยากใช้ชีวิตอยู่กับคุณจริงๆ”เมื่อได้ฟังแบบนั้น จ้าวเยว่ก็รู้สึกพอใจ รู้สึกว่าตัวเองมีความสุขมากกว่าชูยิน แม้สือหยวนจะไม่ได้รํ่ารวยอย่างอี้ฟาน แต่เขาก็เป็นของเธอเพียงคนเดียวเธอนึกไปถึงคำที่ว่า คนขี่ม้าก็ต้องมีวิธีควบคุมม้าให้อยู่ เพื่อนร่วมงานของเธอเองก็เคยถามว่า ศาสตราจารย์สือเป็นคนมีความสามารถ มีลูกศิษย์สาวๆ ที่ยังสาวและหน้าตาดีก็เยอะ เธอไม่กังวลบ้างหรือเธอหัวเราะ ก่อนที่จะตอบกลับไป “มีอะไรต้องกังวลล่ะ ถ้าเขาไปหาสาวๆ สวยๆ เมื่อไหร่ล่ะก็ ฉันก็จะหย่า แล้วไปหาหนุ่มหล่อๆ บ้าง ฉันเองก็มีปัญญาหาเลี้ยงตัวเอง มีอะไรที่ต้องกลัวกัน”เธอค่อนข้างดูถูกชูยิน…เพราะบนโลกใบนี้ นอกจากสามีกั