วิ๋นเฉียวถือกระเป๋าหนังสือของอวิ๋นตั่วไว้ในมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างก็จูงมือของน้องสาว คราวนี้เขาจะไม่ยอมให้เด็กน้อยอิดออดอีกแล้วสองพี่น้องยังไม่ทันได้ลงบันไดไป ฟางผิงก็ถือไฟฉายออกมาส่องไปตามบันไดทางเดินให้ ตรงบริเวณนี้ หากให้สองพี่น้องที่ถูกดูแลประคบประหงมมาตั้งแต่เด็กเดิน ก็ไม่ต่างอะไรกับความอันตรายยามต้องเดินไปบนสะพานไม้สองพี่น้องครอบครัวหลิวเดินมาส่งทั้งสองถึงหน้าปากซอยที่นั่นมีคนขับรถของบ้านอวิ๋นจอดรออยู่แล้ว เมื่อคนขับรถเห็นคุณหนูทั้งสองออกมาก็รีบลงรถมาเปิดประตูให้อย่างทันทีอวิ๋นตั่วเข้าไปนั่งในรถ โบกมือให้อวี่เจ๋อ “พี่อวี่เจ๋อ แล้วเจอกันใหม่นะคะ”“เธอลืมฉันไปแล้วเหรอไง” อวี่ซีที่ยืนอยู่ข้างๆ บ่นขึ้นบ้างอวิ๋นตั่วแลบลิ้น “แล้วเจอกันใหม่นะคะพี่อวี่ซี!”เมื่อกลับมาถึงบ้าน ชูยินกับแม่บ้านหลิวก็กำลังรออยู่ในห้องรับแขก
ตั้งใจเก็บอาหารเย็นบางส่วนไว้ให้ ด้วยเพราะกลัวเธอจะยังไม่ได้ทานข้าวอวิ๋นตั่วยกมือลูบพุง แล้วตัดสินใจเอ่ยขึ้นว่า “ดึกแล้วกินเยอะไม่ดี แบบนี้จะยิ่งอ้วนไปกันใหญ่ หนูอ้วนไปกว่านี้ไม่ได้แล้วค่ะ”เด็กน้อยนึกถึงคำพูดของอวี่เจ๋อ การจะดูว่าคนหนึ่งคนนั้นยอดเยี่ยมหรือไม่ ต้องดูว่าเขาสามารถควบคุมความปรารถนาของตน สร้างอุปนิสัยที่ดีได้หรือไม่ ที่เธออยากเป็นคนเก่ง ไม่ใช่เพราะใครอื่น แต่เพียงเพราะไม่อยากให้อวี่เจ๋อต้องผิดหวังก็เท่านั้น“แม่ หนูขึ้นไปนอนแล้วนะคะ” อวิ๋นตั่วเดินเข้าไปหอม