“เรามาวางแพลนกันดีไหม” อวี่เจ๋อเสนอ “วันนี้ให้อวิ๋นตั่วพยายามเขียนหนังสือด้วยท่าที่ถูกต้องแบบนี้สิบตัว พรุ่งนี้ก็เพิ่มไปห้าตัว แล้วก็เพิ่มไปทุกวัน วันละห้าตัว แล้วค่อยๆ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ”“จะทำได้เหรอคะ”“ได้แน่นอน” อวี่เจ๋อพยักหน้าอย่างมั่นใจเมื่อเห็นอวี่เจ๋อพยักหน้าแบบนั้น อวิ๋นตั่วก็เริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น “ตกลงค่ะ!”อวี่เจ๋อเอาตารางแพลนให้อวิ๋นตั่ว ในนั้นมีวันที่เขียนกำกับไว้ด้วย “ถ้าเธอทำติดต่อกันหนึ่งเดือน สามารถเขียนหนังสือด้วยท่าทางที่ถูกต้อง เธอจะได้รางวัลหนึ่งอย่าง”“รางวัลอะไรคะ”“เธออยากได้รางวัลอะไรล่ะ”อวิ๋นตั่วนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ให้พี่อวี่เจ๋อซื้อจักรยานใหม่ พาหนูไปเล่นที่สวนสาธารณะ”“ได้สิ”“เกี่ยวก้อยสัญญา!”อวิ๋นตั่วยื่นมือออกไปเกี่ยวก้อยกับนิ้วเรียวยาวของอวี่เจ๋อ “เกี่ยวก้อยกันแล้ว ร้อยปีก็ห้ามคืนคำ”“ห้ามคืนคำอะไรเหรอ” จู่ๆ หลินเพียวเพียวก็ปรากฏตัวที่หน้าห้อง มองมาที่ทั้งสองคนด้วยความสงสัย อยู่ม.ปลายแล้วแท้ๆ อวี่เจ๋อยังมีเวลามาเล่นกับเด็กอีกเหรอ“เธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ” พอมีคนมาเห็นฉากแบบนี้เข้า อวี่เจ๋อก็ดูจะกระอักกระอ่วนไปเล็กน้อย“เพิ่งมาถึงน่ะ ว่าจะขอยืมเอกสารอ้างอิงสักหน่อย ฉันเข้าไปหาเองได้ไหม”“อืม ได้สิ” ว่าแล้วก็ขยับเก้าอี้ไปทางโต๊ะหนังสือ เพื่อให้หลินเพียวเพียวเข้ามาหลินเพียวเพียวเดินตรงไปที่เตียงด้วยความคุ้นเคย เธอคุกเข่าลงบนเตียงจากนั้นก็ค้นหนังสือที่ตัวเองต