้อมกอดของฟางผิงฟางผิงชะงักไปเล็กน้อย แต่ใบหน้าก็ยังคงยิ้มด้วยความยินดี อ่า เธอเรียกได้น่าขนลุกจริงๆอวี่ซียกมือลูบแขนไปมา “น่าขนลุกจริงๆ! แม่เคยเรียกหนูแบบนั้นหรือเปล่าน่ะ?”“พวกลูกสนิทกับแม่แบบนี้เมื่อไหร่กันล่ะ”อวี่เจ๋อเดินลงมาจากชั้นบนเห็นภาพตอนที่แม่ของตัวเองย้อนกับน้องสาวแบบนั้นแล้วก็หัวเราะออกมา “เธอโตป่านนี้แล้วยังอยากให้แม่กอดอีก ก็คงไม่รู้จักโตสักทีน่ะสิ”อวี่ซีเห็นด้วย “จริงด้วย”ฟางผิงแอบรู้สึกทุกข์ใจอยู่ไม่น้อย สำหรับครอบครัวอย่างพวกเธอนั้น
การปรนนิบัติพ่อแม่แทบจะเป็นเรื่องฟุ่มเฟือย เพราะเวลาทุกนาทีนั้นเป็นเงินเป็นทอง พ่อแม่นั้นต้องเข้มงวดกับลูกๆถึงจะทำให้ลูกๆ นั้นประสบความสำเร็จได้ ทุกครั้งที่ลูกอยากเข้ามาอ้อน พ่อแม่ก็ต้องหลบไปด้วยเพราะกลัวจะใจอ่อนเสียก่อน“อวิ๋นตั่วอยากกินบะหมี่ฝีมือคุณน้าค่ะ” อวิ๋นตั่วว่า“ได้สิ รอแปปหนึ่งนะ” ฟางผิงเดินเข้าห้องครัวไป“อวิ๋นตั่ว เธอไปหาพี่ชายฉันที่โรงเรียนอีกแล้วเหรอ” อวี่ซีนั่งยองๆ ลงตรงหน้าของอวิ๋นตั่วแล้วเริ่มซักถามขึ้นอวิ๋นตั่วเล่าเรื่องคำพูดไม่น่าฟังของสือเหยียนในวันนี้ออกมาด้วยท่าทางภูมิอกภูมิใจ “นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่สือเหยียนขอโทษหนู”แต่ที่อวี่ซีสนใจกลับไม่ใช่เรื่องนี้ เธอหันกลับไปตะโกนใส่อวี่เจ๋อว่า “พี่! พี่ไม่เคยออกหน้าแทนฉันเลยสักครั้ง”อวี่เจ๋อยกถ้วยเดินออกมาจากห้องครัว วางมันลงตรงหน้าของอวิ๋นตั่ว
“เธอเคยโดนรังแกแบบนี้เมื่อไหร่ก