เราเพิ่มน่ะสิ”อวิ๋นเฉียวมองคนเป็นน้อง เตรียมจะหาเหตุผลเข้าโต้แย้ง “ยิ่งสือเหยียนเองก็อยู่ในครอบครัวนักวิชาการ แต่กลับมาให้เด็กม.ปลายสอนพิเศษ ใครได้ยินเข้าคงได้หัวเราะเยาะกันแน่”“คุณพ่อไม่มีเวลาสอนหนังสือหนู ถ้ามีคนสอนแทน หนูเชื่อว่าคุณพ่อต้องยินดีแน่ๆ เลยค่ะ” สือเหยียนว่า“น้าจะโทรหาไปขอกับพ่อเธอให้เองนะ”“ขอบคุณค่ะคุณน้า”อวิ๋นเฉียวยักไหล่ให้น้องสาว บอกให้รู้ว่าเขาไม่สามารถทำอะไรได้แล้วอวิ๋นตั่วก้มหน้า เมื่อนึกถึงว่าช่วงปิดเทอมฤดูร้อนเธอจะต้องเจอหน้าสือเหยียนทุกวันแล้วก็รู้สึกเหมือนมีเมฆลอยปกคลุมอยู่เหนือศีรษะเต็มไปหมด ท้องฟ้าก็พลอยมืดครึ้มไปด้วย“ทำไมแม่ไม่เข้าใจความรู้สึกของฉันบ้าง” อวิ๋นตั่วพึมพำขณะที่นอนกอดกระต่ายน้อย “หรือว่าแม่ไม่รู้เลยว่าฉันไม่เคยชอบสือเหยียนนั่นเลยสักนิด”น้องกระต่ายน้อยไม่ตอบ อวิ๋นตั่วถอนหายใจออกมายาวเหยียด “เฮ้อ…ถ้าเธอพูดได้ก็คงดีสินะ”“จริงสิ! ให้ครูหลิวปฏิเสธไม่รับสือเหยียนเป็นนักเรียนก็ได้นี่ใช่ไหม”อวิ๋นตั่วนึกไอเดียดีๆ ได้ เมฆที่ลอยปกคลุมเหนือศีรษะก็พลอยหายไป ปรากฏเป็นท้องฟ้าสดใส————————————————–