็ไม่ได้มีใจอยู่กับการศึกษาอยู่แล้ว แต่ยังไงการเติบโตของพวกเขาก็หนีโรงเรียนไม่พ้นเพราะงั้นตอนนี้ก็ต้องใจกว้างกันหน่อย เพื่อเปิดทางให้อนาคตของพวกเขาน่ะ”“เรื่องติดต่อโรงเรียนให้อวิ๋นเฉียวเป็นยังไงบ้าง” จู่ ๆ จ้าวเยว่ก็ถามขึ้น“กำลังเลือกกันอยู่” ชูยินตอบ “ฉันเสนอว่าให้ส่งเขาไปอังกฤษ แต่อี้ฟานอยากให้เขาไปอเมริกา”“แต่ผมไม่อยากไปไหนทั้งนั้น ผมอยากอยู่ที่นี่ ถ้าพ่อกับแม่อยากส่งใครสักคนไปต่างประเทศ งั้นก็ส่งน้องไปสิ” อวิ๋นเฉียวว่าเมื่อได้ยินพี่ชายพูดแบบนั้น อวิ๋นตั่วก็ยํ่าเท้าไปมาอย่างไม่ยอม “หนูไม่ไป”“น้องอายุยังน้อย เรายังไม่วางใจปล่อยไปตอนนี้หรอก รอให้โตอีกหน่อยน้องก็ต้องไปเหมือนกัน เพราะด้วยคะแนนของพวกลูกๆ ถ้าจะเข้ามหา‟ลัยที่นี่ก็คงยาก”“ไม่ยากสักหน่อย เข้ามหา‟ลัยของลุงก็ได้”“พูดแบบนี้แล้ว เหมือนมหา‟ลัยของลุงเข้าง่ายมากเลยนะ” สือหยวนเอ่ยขึ้นบ้าง“ดูสิ แม้แต่ลุงเขายังไม่อยากรับลูกเลย” ชูยินพูดหยอก“เรื่องไปเรียนต่อต่างประเทศกำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว ถ้าไม่ออกไปเรียนรู้สักหน่อย ฉันก็ไม่วางใจยกธุรกิจให้เขาดูแล้ว” อี้ฟานว่าจ้าวเยว่ถามต่อ “เรียนรู้ในประเทศไม่ได้หรือไง”“หากเขาอยู่นี่ก็เอาแต่พึ่งคนนั้นทีคนนี้ที เที่ยวก่อความวุ่นวายไปทั่ว ไม่สนใจเรื่องเรียน”“ใช่!” ชูยินเห็นด้วย “ถ้าลูกสองคนตั้งใจได้สักครึ่งของสือเหยียน แค่นี้ฉันก็ดีใจแล้ว”อวิ๋นตั่วมองไปที่แม่ของตน ก่อนที่จะกอดรูปถ่ายแล้วหันหลังเดินขึ้