พอทั้งสองเดินถือว่าวออกมา ก็เจอกับอวิ๋นเฉียวที่เลิกเตะบอลแล้วเดินเข้ามาหา“ไม่เรียนกันแล้วเหรอ”อวิ๋นตั่วพูดขึ้นว่า “เด็กน้อยกลับจากเรียน รีบไปเล่นจื่อหยวนกับลม ถูกไหมคะครูหลิว”“ถูก”“เยี่ยมๆ น้องสาวท่องบทกวีได้แล้ว” อวิ๋นเฉียวเอ่ยชมว่าวเป็นรูปตะขาบตัวใหญ่ อวิ๋นเฉียวกับอวี่เจ๋อเป็นคนชูตะขาบส่วนอวิ๋นตั่วนั้นเป็นคนที่วิ่งไปข้างหน้าจากนั้นทั้งสองก็ปล่อยมือ…แล้วตะขาบก็ร่วงลงกับพื้นอวิ๋นเฉียวบ่นน้องสาวของตัวเองกับอวี่เจ๋อทันที “ทำไมต้องเป็นตะขาบว่าวนกนางแอ่นก็มีทำไมไม่เล่นล่ะ”“นกนางแอ่นมันธรรมดาไป” คนเป็นน้องตอบกลับ“ช่วยอยู่กับความเป็นจริงหน่อยเถอะ” อวิ๋นเฉียวตำหนิเธอขึ้น ทำให้อวิ๋นตั่วยู่ปาก กลอกตาใส่พี่ชายของตัวเอง“ให้แม่มาช่วยดีกว่า” เธอมองไปทางชูยินที่อยู่ในห้องดอกไม้“เดี๋ยวพี่ไปเรียกเอง” ว่าแล้วอวิ๋นเฉียวก็วิ่งออกไปเรียกชูยินมาจริงๆชูยินพาอวิ๋นตั่ววิ่งออกไป มีลมพัดมาพอดี ทำให้ว่าวตะขาบนั้นลอยขึ้นสูงเธอส่งเชือกให้ลูกสาว แต่อวิ๋นตั่วกลับดึงไม่ไหว อวิ๋นเฉียวกับอวี่เจ๋อก็เลยเข้ามาช่วยวิ่งด้วย ทั้งสามช่วยกันจับเชือก แล้วว่าวก็ลอยสูงขึ้นไปเรื่อยๆชูยินยืนยิ้มมองอยู่ข้างๆ นานๆ ทีที่สองพี่น้องคู่นี้จะมาเล่นด้วยกันแบบนี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ แบบนี้เธอจะต้องบันทึกไว้ซะหน่อย“เดี๋ยวแม่ไปเอากล้องมาถ่ายรูปให้ดีกว่า”พูดจบชูยินก็วิ่งเข้าไปในบ้าน ถือกล้องออกมา แล้วก็กดชัตเตอร์“