เสียงฝีเท้ำที่รีบเร่งก็ใกล้เข้ำมำ“ฮู้ มำทันด้วย”เจิ้งทั่นหันไปมองก็เห็นเจียวเวยที่ใส่ชุดฝึกทหำรก ำลังใช้สองมือเท้ำสะเอวยืนหอบ เมื่อครู่คงวิ่งมำหน้ำเลยมีแต่เหงื่อฝึกทหำร!ที่แท้ก็เรื่องนี้นี่เอง!เขำเกือบจะลืมไปแล้วเชียวนักศึกษำใหม่ชั้นปีที่หนึ่งของมหำวิทยำลัยฉู่หัวเปิดเทอมค่อนข้ำงช้ำ ขณะที่ปีสอง ปีสำมเริ่มเรียนกันไปแล้ว พวกเขำยังเพิ่งเริ่มลงทะเบียน กำรฝึกทหำรเองก็ถูกยืดออกไป ก่อนหน้ำนี้ไม่ว่ำจะอี้ซินหรือซูชวี่ต่ำงก็ไม่มีฝึกทหำรเพรำะเป็นนักศึกษำปริญญำโท ท ำให้เจิ้งทั่นลืมเรื่องนี้ไป ตอนนี้เพิ่งจะนึกออกว่ำนักศึกษำปริญญำตรีมีคลำสฝึกทหำรด้วยแล้วก่อนที่คลำสฝึกทหำรจะเริ่ม เจียวเวยไปเข้ำคลำสอะไรก่อนหน้ำนี้?เย็นวันนั้นเจิ้งทั่นฟังพ่อเจียวหย่วนพูดถึงได้รู้ว่ำ นักศึกษำชั้นปีที่หนึ่งยังไม่เริ่มเรียน แต่เจียวเวยไปนั่งฟังคลำสของเด็กปีสองก่อน อย่ำงไรเสียก็แค่เข้ำไปนั่งในห้อง อำจำรย์ก็ใช่ว่ำจะรู้จักเด็กทุกคน และคงไม่ไปไล่เช็ค ขณะเดียวกันก็คงไม่ถึงกับไม่ยอมให้เข้ำไปนั่งฟัง อำจำรย์บำงคนกลับรู้สึกชอบเด็กแบบนี้ด้วยซ ้ำในควำมคิดของเจียวเวยมหำวิทยำลัยดีๆ แบบมหำวิทยำลัยฉู่หัวนี้ อำจำรย์ในแต่ละคลำสล้วนเป็นอำจำรย์ที่มีชื่อเสียง กำรที่ไม่เข้ำไปนั่งฟังถือเป็นกำรขำดทุนอย่ำงมำก แถมยังไม่ต้องเสียเงินสักบำท เขำยังรู้สึกว่ำตัวเองเอำเปรียบเลยด้วยซ ้ำ ดังนั้นจึงตั้งใจฟังทุกครั้ง ไม่มีหนังสือก็ไปยืมห้องสมุดมำ บัตรนั