นน่ำกลัวจนขนลุก และแมวตัวนี้ก็ยังฉลำดมำกอีกด้วยตอนเริ่มแรกเย่ฮ่ำวก็พอจะเดำได้ว่ำขณะที่เขำก ำลังวิ่งไปหลบหลังกองซำกสิ่งก่อสร้ำงนั้น แมวตัวนี้ได้ฉวยโอกำสตอนที่มือปืนก ำลังเล็งยิงเขำลงมือข่วนไปหนึ่งที ถึงแม้จะไม่ได้ท ำให้มือปืนทิ้งปืนทันที แต่แรงข่วนก็มำกพอที่จะท ำให้มือปืนเล็งพลำดยังไม่ทันที่มือปืนจะเปลี่ยนไปถือปืนด้วยมืออีกข้ำง แมวตัวนั้นก็ข่วนไปอีกเป็นครั้งที่สองตรงหลังคอ ขณะที่มือปืนก ำลังจับหลังคอ มันก็กระโดดไปข่วนตำ ตำมด้วยกำรฝำกรอยข่วนตรงเส้นเลือดใหญ่ สุดท้ำยก็กลับไปข่วนที่คออีกครั้ง และอีกครั้ง…จนกระทั่งคนคนนั้นหมดลมหำยใจบนผืนหญ้ำบริเวณนั้นมีร่องรอยที่แมวตัวนี้ได้ใช้ก ำลังไปเมื่อครู่ ยำกที่จะจินตนำกำรได้ว่ำแมวตัวเดียวจะสำมำรถท ำได้ขนำดนี้ แต่ตกลงมันพันธุ์อะไรกันแน่? เดิมทีเขำคิดว่ำแมวตัวที่เว่ยเหลิงแนะน ำให้รู้จักนั้นก็ประหลำดพอแล้ว นึกไม่ถึงว่ำจะมีประหลำดกว่ำนี้อีกขณะที่เจิ้งทั่นกับเย่ฮ่ำวก ำลังมองพีนัทที่เดินเข้ำไปหำแมวตัวนั้นด้วยควำมรู้สึกที่ต่ำงกันอยู่นั้น แมวตัวที่ยังมีรอยเลือดติดกรงเล็บอยู่ก็ได้หันมำทำงเขำอย่ำงเป็นทำงกำร พอเห็นพีนัทสำยตำที่เดิมแฝงไปด้วยควำมอำฆำตก็ดูอ่อนโยนลง มันเดินเข้ำมำหำพีนัทหลังจำกที่พีนัทวิ่งโขยกเขยกเข้ำไปแล้วมันก็เอียงคอท ำตำพริ้มเอำหน้ำเข้ำไปถูแมวตัวนั้นพร้อมกับส่งเสียงร้อง “เมี้ยว”ออกมำเหมือนก ำลังอ้อน ส่วนแมวตัวใหญ่ก็ก้มลงมำเลียขนให้มันเจิ้งทั่น