้ำกับบทเพลงที่ฟำงเซ่ำคังร้องออกมำด้วยเสียงเพี้ยนๆ ไปเรื่อยๆ พลำงคิดในใจว่ำ ท ำไมเวลำมันผ่ำนไปช้ำขนำดนี้!รู้สึกเหมือนผ่ำนไปหลำยชั่วโมงแล้ว แต่ทั้งที่จริงเพิ่งร้องไปได้แค่สองเพลง ไม่ถึงสิบนำทีเลยด้วยซ ้ำอยู่ๆ เขำก็นึกถึงค ำพูดที่รองศำสตรำจำรย์เจียวเคยพูดกับเจียวหย่วน “คนเรำต้องรู้จักปรับตัว เวลำที่เรำไม่อยำกเผชิญหน้ำกับบำงสิ่งแต่ต้องไปเผชิญกับมันให้ลองคิดอีกแง่มุมหนึ่งเข้ำไว้แล้วจะท ำให้เรำมีก ำลังใจพร้อมที่จะฝ่ำฝันกับอุปสรรค”เปลี่ยนมุมมอง ปรับเปลี่ยนควำมคิด?เจิ้งทั่นเงยหน้ำเล็กน้อยหันไปมองกล่องกระดำษที่ถูกยัดเงินเข้ำไปไม่รู้เท่ำไรพลำงคิดอีกมุมหนึ่ง เงินนั่นเขำเคำะขวดได้มำไม่ได้เข้ำไปงัดบ้ำนใครขโมยมำเสียหน่อยอีกอย่ำงตอนที่เขำแอบเข้ำบ้ำนคนอื่นขโมยของท ำไมกลับไม่รู้สึกผิด พอตอนนี้มำใช้เรี่ยวแรงตัวเองหำเงินกลับรู้สึกขำยหน้ำล่ะ?พูดไปมันก็แค่ควำมรู้สึกเหมือนที่ตัวเองเสียเกียรติ มันเป็นควำมคิดที่หน้ำไม่อำยเสียจริงๆ แต่หลำยคนต่ำงก็ย่อมเคยมีควำมรู้สึกแบบนี้แต่ท่ำมกลำงสำยตำผู้คนมำกมำยขนำดนี้ท ำให้รู้สึกเกร็งไปหมด เขำหันไปมองฟำงเซ่ำคังที่ก ำลังอินกับกำรร้องเพลง ร้องเพี้ยนลืมเนื้อไปไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง แต่ก็ยังร้องอย่ำงมีควำมสุขได้ ดูท่ำเขำคงต้องฝึกท ำหนังหน้ำให้หนำๆ เข้ำไว้ ขึ้นเหนือล่องใต้คงได้ใช้ประโยชน์อีกมำกนี่เป็นครั้งแรกที่เจิ้งทั่นได้รู้จักกับค ำว่ำ ‘ท ำงำนแลกเงิน’อย่ำงแท้จริงเคำะขวดจนเมื