อีกทั้งยังไม่ค่อยมีคนพลุกพล่ำนด้วยเจิ้งทั่นยกกรงขึ้นแล้วเดินไปยังต้นอำเคเชีย ส่วนของกินเล่นสองห่อนั่นเดี๋ยวค่อยไปเอำกลับมำ อย่ำงไรเสียเวลำนี้ก็คงไม่มีใครเก็บไปเนื่องจำกว่ำตรงพุ่มไม้เตี้ยนั้นปกติไม่ค่อยมีชำวบ้ำนเดินผ่ำนเท่ำไร ต้นไม้จึงขึ้นหนำแน่น เหมำะกับเป็นที่ก ำบังลมหลังจำกที่วำงกรงและจัดให้อยู่ในต ำแหน่งที่เหมำะสมแล้วเจิ้งทั่นยังได้หักกิ่งไม้เอำมำช่วยก ำบังอีกด้วย จำกนั้นก็เอำพวกเถำวัลย์พันรอบๆ แบบนี้คงไม่มีใครมำเจอได้ง่ำยๆ แล้วมั้ง?หลังตกแต่งเสร็จ เขำก็กลับไปเอำขนมสองห่อนั้น แต่ขณะที่ก ำลังถือขนมกลับอยู่ๆ เขำก็นึกขึ้นมำได้ว่ำ ลูกหมำพวกนั้นจะอดตำยหรือเปล่ำ? คงไม่มั้ง แค่คืนเดียวเอง…ถึงจะคิดแบบนั้น แต่เจิ้งทั่นก็รู้สึกว่ำ ถ้ำลูกหมำพวกนั้นหิวตำยขึ้นมำจริงๆ ล่ะก็ สิ่งที่เขำท ำลงไปก็คงจะสูญเปล่ำ เขำจึงโยนขนมทั้งสองห่อทิ้งแล้ววิ่งกลับไปที่บ้ำนคนขับรถตู้ เวลำนี้คนในบ้ำนนอนกันหมดแล้ว ตรงลำนหน้ำบ้ำนมีหม้อต้มกับหม้อนึ่งวำงตั้งอยู่ เขำเดินเข้ำไปดูก็เห็นในหม้อนึ่งมีโจ๊กก ำลังร้อนๆ คงเพิ่งวำงทิ้งไว้ไม่นำน คนในบ้ำนคงกินเหลือเขำมองไปรอบๆ ก็เห็นถ้วยแบบที่ใช้แล้วทิ้ง เจ้ำของบ้ำนคงเอำไว้รับแขก เขำจึงเอำมำใส่โจ๊ก หม้อใบใหญ่ที่วำงอยู่ใกล้ๆ กันข้ำงในมีไข่ต้ม เขำจึงหยิบใส่ถุงส ำหรับใส่อำหำรไปหลำยใบโจ๊กหำยร้อนเมื่อเขำเดินไปถึงต้นอำเคเชีย เขำไม่เจอที่ส ำหรับอุ่นให้มันร้อน อย่ำงไรเสียเขำก็แค่ลองเอำโจ๊