ขยับขำดูก็ไม่พบว่ำมันมีอะไรผิดแปลกจึ๊ๆๆ—–พอผู้โดยสำรขึ้นลงรถเรียบร้อยประตูก็ปิดลง แล้วรถก็เคลื่อนตัวเจิ้งทั่นรีบวิ่งไปเกำะขอบหน้ำต่ำงด้ำนบนที่นูนออกมำหลังคำรถค่อนข้ำงลื่น พอรถเคลื่อนตัว เลี้ยวหรือจอดกะทันหันตัวของเขำก็อำจจะถูกสะบัดตำมแรงเหวี่ยงได้ ดังนั้นจึงต้องหำที่เกำะให้มั่นคงไม่มีใครคำดคิดว่ำบนหลังคำรถเมล์ที่สุดแสนจะธรรมดำคันนี้จะมีแมวโดยสำรไปด้วยเจิ้งทั่นไม่รู้ว่ำตอนนี้รถเมล์วิ่งมำถึงไหนแล้ว เขำท ำได้แค่คอยตั้งใจฟังเสียงประกำศยำมที่รถเมล์เข้ำจอดที่ป้ำยเส้นทำงของรถสำยนี้มีเพียงแค่ช่วงเดียวที่เป็นเป้ำหมำยของเขำ ดังนั้นพอถึงป้ำยใดป้ำยหนึ่งในช่วงเส้นทำงนั้นเขำต้องลงจำกรถ แล้วต่อรถเมล์สำยอื่นอีกรถเมล์บำงสำยเลิกวิ่งตอนสำมทุ่มกว่ำๆ บำงคันวิ่งทั้งคืนทุกครั้งที่เปลี่ยนรถเจิ้งทั่นจึงต้องดูด้วยว่ำรถเมล์ที่จะขึ้นคันต่อไปเลิกวิ่งตอนกี่โมง ทำงที่ดีคือเลือกคันที่วิ่งทั้งคืน จะได้ไม่ต้องรอเก้อกำรโดยสำรรถเมล์เป็นเรื่องยุ่งยำก แต่เพื่อที่จะไปให้ถึงเป้ำหมำย เจิ้งทั่นจึงต้องอยู่กับควำมยุ่งยำกนี้ต่อไป ขึ้นๆ ลงๆ รถอยู่หลำยรอบ จนเข้ำใกล้เป้ำหมำยที่เขำต้องกำรมำกขึ้นเรื่อยๆขณะที่รถเข้ำจอดป้ำยหนึ่ง อยู่ๆ เจิ้งทั่นก็ได้ยินคนเรียกชื่อตัวเอง“นี่ เจิ้งทั่น รอเดี๋ยว!”เป็นเสียงเด็ก เจิ้งทั่นนึกไม่ออกว่ำเป็นใครเขำหันไปมองตำมเสียงนั้น แต่ก็เห็นแค่เงำของเด็กหลำยคนที่ก ำลังเดินขึ้นรถแท็กซี่ บวกกับควำมมืดยำมค ่ำค