งนี้ไม่เหมือนคน ไม่ใช่สุนัข เสียงเท้ำสุนัขเวลำกระทบพื้นเขำรู้ดีว่ำเป็นอย่ำงไร ดังนั้นนี่เป็นเสียงของพวกเดียวกันเจิ้งทั่นลืมตำหันไปดู แมวเปอร์เซียตัวหนึ่งก ำลังเดินอย่ำงสง่ำงำมมำทำงนี้หลำยคนบอกว่ำแมวเปอร์เซียนั้นมีลักษณะขี้อ้อนโดยก ำเนิด มักจะให้ควำมรู้สึกที่ดูสง่ำงำมดูแพงดั่งคนชั้นสูงอยู่เสมอไม่เหมือนกับพวกแมวบ้ำนเจิ้งทั่นไม่สนใจว่ำมันจะดูไฮโซแค่ไหน เวลำนี้เขำก ำลังจ้องป้ำยที่คล้องคอมันอยู่ ปลำยหำงของเขำขยับไปมำ คล้ำยกับว่ำก ำลังนึกอะไรบำงอย่ำงออก……ต่อให้ขนดูสะอำดแล้ว แต่ก็ไม่มีอะไรมำรับประกันได้ อีกทั้งยังไม่ใช่วิธีที่คนในเมืองใหญ่ใช้แยกควำมแตกต่ำงระหว่ำงแมวเร่ร่อนกับแมวมีเจ้ำของ แต่ป้ำยคล้องคอนั้นท ำหน้ำที่เหมือนบัตรประชำชน มันมีประโยชน์มำกต่อกำรใช้ชีวิตในเมือง บำงครั้งสำมำรถเปลี่ยนท่ำทีของคนที่พบเจอได้กำรมีป้ำยคล้องคอเป็นกำรแสดงว่ำเจ้ำของนั้นให้ควำมส ำคัญกับแมวตัวเอง และเป็นกำรบอกคนอื่นว่ำแมวตัวนี้มีคนคอยดูแลอยู่หำกจะสลัดครำบจำกแมวเร่ร่อน เจิ้งทั่นจึงต้องเริ่มจำกกำรหำป้ำยคล้องคอ เพรำะเขำไม่ใช่แมวที่ดูมีรำคำแพง แค่ออกไปคลุกฝุ่นนิดหน่อยก็คงถูกมองเป็นแมวเร่ร่อนแล้วแมวเปอร์เซียตัวนั้นไม่รู้ถึงควำมคิดของเจิ้งทั่น และก็ไม่รู้ด้วยว่ำเจิ้งทั่นอยู่ตรงนั้น จึงไม่มีทำงรู้แน่นอนว่ำมีใครก ำลังเล็งป้ำยคล้องคอของมันอยู่ มันยังคงเดินอย่ำงสง่ำงำมไปทำงต้นไม้ใหญ่เหล่ำนั้น พอเดินไปถึงก็เอำตัวถูกับต