ี่ยวจัวมองเจิ้งทั่นพลางถามขึ้น เธอเอี้ยวตัวลงมาลูบหัวของเจิ้งทั่นเบาๆรู้ทั้งรู้ว่าตรงหน้าเป็นแมวที่พูดไม่ได้ แต่เสี่ยวจัวก็ยังถามขึ้นด้วยความเคยชินคนที่ได้คลุกคลีอยู่กับสัตว์นานๆ พอไปเจอสัตว์อื่นๆ ก็จะเป็นแบบนี้ พูดคุยกับมัน ไม่ก็เลียนเสียงร้องของมันเจิ้งทั่นไม่ค่อยกล้าที่จะเข้าใกล้เสี่ยวจัว พอเห็นท้องโตๆ นั่นแล้ว เกิดเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง? ดูจากท่าทางที่ก้มลงมาลูบหัวด้วยความยากลำบากแล้ว อีกทั้งเชื้อทอกโซพลาสมา กอนดิไอที่เป็นอันตรายต่อคนท้องก็มีสาเหตุมาจากแมวด้วยเจิ้งทั่นมองไปรอบๆ ถึงได้รู้ว่าตัวเองเดินมาถึงบริเวณใกล้ๆกับที่พักบุคลากรฝั่งตะวันตกแล้ว ถ้าอย่างนั้นช่วงนี้เสี่ยวจัวพักอยู่ที่นี่เหรอ?“ไป ไปเล่นที่บ้านฉันไหม?” เสี่ยวจัวเดินออกไปสองก้าวแล้วหยุดหันมามองเจิ้งทั่น เหมือนกำลังรอเจิ้งทั่นยืนคิดอยู่ที่เดิม อาการหวัดของเขาก็หายแล้ว ส่วนเรื่องเชื้อโรคที่ว่า……ตัวเขาเองก็ไม่น่าจะมีนะ ก็ดูแข็งแรงดีอาบน ้าก็บ่อย ทุกวันก็นอนกับเสี่ยวโย่วจื่อ เด็กน้อยก็ไม่ได้เป็นอะไร คงไม่มีอะไรที่จะไปแพร่ให้เสี่ยวจัวแน่นอนหลังจากที่ลังเลสักพัก เจิ้งทั่นเห็นแววตาที่รอคอยของเสี่ยวจัวแล้วจึงเริ่มออกเดินตามพอเห็นเจิ้งทั่นเดินตามมา ใบหน้าของเสี่ยวจัวก็มีรอยยิ้มเธอเดินนำพลางเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นหลายเดือนมานี้ให้ฟังปกติเสี่ยวจัวไม่ค่อยคุยกับใคร คนที่พอจะคุยด้วยได้ก็มีแค่ไม่กี่คน แต่เสี่ยวจัวก็ใช่ว่าจะเอาเรื