นาดนี้ คงไม่ได้เป็นอะไรมากแล้วช่วงหัวค ่า แม่เจียวหย่วนบอกให้เจิ้งทั่นมานอนที่โซฟาแทนถึงแม้จะไม่เคยได้ยินเรื่องแมวแพร่เชื้อหวัดมาสู่คนก็ตาม แต่ป้องกันไว้ก่อนเป็นดีที่สุด โรคซาส์ที่ระบาดเมื่อปี 2003 ทำให้มนุษย์เริ่มระวังตัวไม่ได้ว่ารังเกียจอะไรเจิ้งทั่น แม่เจียวหย่วนออกจะเอ็นดูท่านปูที่นอนบนโซฟาให้อย่างดี นอกจากเสื้อที่มีฮู้ดของเสี่ยวโย่วจื่อแล้ว ยังมีเสื้อขนแกะของแม่เจียวหย่วนอีกหนึ่งตัว เจิ้งทั่นไม่แข็งตายแน่เจิ้งทั่นเองก็ไม่อยากเอาเชื้อหวัดไปแพร่ให้คนอื่น นอนไปบนโซฟานี่แหละ หากอาการหนักขึ้นแล้วมันสามารถแพร่เชื้อให้คนอื่นได้คงไม่ปลอดภัยเท่าไรหลังจากที่ดับไฟนอนไปได้ไม่นาน เสี่ยวโย่วจื่อก็เปิดประตูแล้วเรียกเจิ้งทั่นเบาๆ ให้เข้าไปนอนด้วยกันเจิ้งทั่นไม่ขยับ เขาแค่ทำเสียงเล็กน้อยเป็นการตอบกลับไปเรื่องทุกอย่างกันไว้ดีกว่าแก้ ถ้าเกิดเขาเอาเชื้อหวัดไปแพร่ให้เสี่ยวโย่วจื่อล่ะก็ คงจะรู้สึกบาปมหันต์เสี่ยวโย่วจื่อเรียกอยู่สักพัก พอเห็นเจิ้งทั่นแค่พลิกตัว ไม่ได้มีทีท่าว่าจะลงจากโซฟา เด็กน้อยจึงค่อยๆ ย่องเข้าไปหา เอามือวางลงบนตัวของเจิ้งทั่น เมื่อแน่ใจแล้วว่าแมวตัวนี้หายใจอย่างมั่นคงเป็นจังหวะ ถึงกลับเข้าห้องไปนอนเสี่ยวโย่วจื่อกลับห้องไปได้ไม่นาน เจียวหย่วนก็ออกมาทำแบบเดียวกันภายในห้องนอนใหญ่ แม่เจียวหย่วนเอาหูแนบประตูฟังเสียงจากทางห้องรับแขก“เด็กๆ กลับห้องนอนหมดแล้วเหรอ?” พ่อเจียวหย่วนถามขึ้นเ