างมลทินได้ ทำได้เพียงก้มหน้ารอรับดาบประหาร สิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวไว้ได้คือกัดฟันตัดหางปล่อยวัด ไม่ดึงตระกูลฟ่านลงเหวไปด้วย
แผนลอบสังหารปราชัยย่อยยับ ตระกูลฟ่านย่อมไร้ ‘ผลงานชิ้นเอก’ ไปสอพลอขั้วอำนาจเบื้องบน หากยังถูกลากไปพัวพันและโดนกวาดล้างซ้ำรอย ตระกูลฟ่านย่อมถูกถอนรากถอนโคน สิ้นไร้หนทางผงาดคืนสู่อำนาจไปชั่วกัปชั่วกัลป์
ฟ่านจงหมิงยอมทิ้งชีวิตตนเอง ดีกว่ามองดูตระกูลต้องแหลกสลายย่อยยับ
“ไร้ส่วนพัวพันกับตระกูลฟ่านงั้นหรือ ช่างพ่นวาจามักง่ายนัก ฟ่านจงหมิง… เจ้ามันก็แค่มดปลวกริอ่านเขย่าต้นไม้ใหญ่ หัดดูเงาตนเองเสียบ้าง คิดจะเอาตัวรอดแบกรับความผิดแทนคนทั้งตระกูล ก็เบิกตาดูเสียก่อนว่าบ่าของเจ้ากว้างพอให้เหยียบย่ำหรือไม่”
ผู้ที่เอื้อนเอ่ยวาจาทรงอำนาจชี้ตายได้ปานนี้ ย่อมเป็นเจิ้นกั๋วกงแห่งต้าฉี พระบิดาของหวงไท่โฮ่วองค์ปัจจุบัน ผู้นำสูงสุดแห่งตระกูลจ้าว… จ้าวเสวียนจี
ยอดฝีมือระดับราชันย์ขั้นต้นคิ้วขาว ตัวตนระดับตำนานที่เพียงกระทืบเท้าก็สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งดินแดนม่อเป่ย ยามนี้กลับถูกหิ้วคอเสื้อหมดสภาพเป็นตายเท่ากัน ประดุจลูกไก่ในกรงเล็บพญาอินทรี
“หลานคารวะท่านปู่”
“หลานขอกราบคารวะท่านปู่”
“คารวะผู้นำตระกู