วลีสี่คำ ‘พระญาติกุมอำนาจ’ เปรียบดั่งรัดเกล้าบีบขมับตระกูลจ้าวอย่างแท้จริง
จ้าวเสวียนจีลืมตาขึ้น นัยน์ตาราบเรียบไร้อารมณ์จ้องมองฟ่านจงหมิง “หมายความว่าเพราะเรื่องนี้ ตระกูลฟ่านจึงผูกใจเจ็บตระกูลจ้าวและตัวข้า นี่คือเหตุผลที่พวกเจ้าสมคบคิดกับเป่ยหูเพื่อลอบสังหารคนของข้า?”
ฟ่านจงหมิงทุบหม้อจมเรือหมดสิ้นหนทางถอย ยามนี้ไร้ซึ่งความยำเกรงใด มุมปากแสยะยิ้มหยัน “ศึกครั้งนี้ทำให้ตระกูลฟ่านตาสว่าง เบื้องหน้าการแก่งแย่งอำนาจ… ไม่มีขาวดำ ไม่มีถูกผิด ไม่มีเกียรติยศหรือความอัปยศ ยิ่งไร้ซึ่งความยุติธรรม มีเพียงผู้ชนะเป็นเจ้า ผู้แพ้เป็นโจร
“อำนาจขุนนางบุ๋นทะยานฟ้าดุจตะวันเที่ยงวัน ตระกูลขุนพลทรงเกียรติอย่างพวกเราต่อให้สูงศักดิ์ปานใด ทว่าในยุคสันติไร้ไฟสงคราม ไร้สมรภูมิให้สำแดงเดช ย่อมไม่อาจงัดข้อกับพวกมัน มีความผิดเราแบกรับ มีความชอบพวกมันกวาดเรียบ”
“ใต้หล้านี้ ผู้แข็งแกร่งคือผู้ตั้งกฎ หากตระกูลฟ่านไม่อยากล่มสลาย ย่อมต้องพึ่งพิงผู้ที่แข็งแกร่งกว่า ตระกูลข้าแม้ผูกใจเจ็บ แต่หากไร้ผลประโยชน์ชิ้นโตมากองตรงหน้า มีหรือจะยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อบดขยี้พวกเจ้า”
จ้าวเสวียนจีพยักหน้าช้าๆ “กล้ายอมรับว่ามีส่วนร่วมในแผนชั่วก็นับว่าด