“ตระกูลฟ่านแม้ยามนี้จะตกต่ำ ทว่ารากฐานยังนับเป็นตระกูลขุนนางเก่าแก่ ไฉนจึงลดตัวไปคบค้าสมาคมกับสุนัขเป่ยหู การลอบแว้งกัดตระกูลจ้าว ผู้ที่กอบโกยผลประโยชน์มหาศาลย่อมเป็นพวกมัน ทว่าตระกูลฟ่านของพวกเจ้าเล่า ได้สิ่งใดตอบแทน”
จ้าวหนิงก้าวอาดๆ ไปเบื้องหน้า ทอดสายตามองสองพ่อลูกที่วิญญาณหลุดลอยจากร่าง “ลำพังขุมกำลังเศษสวะของตระกูลฟ่านในยามนี้ ย่อมไม่มีขวัญเทียมฟ้ากล้ากระตุกหนวดพยัคฆ์อย่างตระกูลจ้าว จงคายออกมา ผู้ใดชักใยพวกเจ้าอยู่เบื้องหลัง”
ขั้วอำนาจใดในราชสำนักต้าฉีที่มุ่งร้ายหมายหัวตระกูลจ้าว ผู้ใดกันแน่ที่ชูธงบัญชาการลอบกัดครั้งนี้ จ้าวหนิงจำต้องขุดรากถอนโคนหาความจริง แม้ก้นบึ้งจิตใจจะมีเป้าหมายอยู่บ้าง ทว่านั่นยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน
“ชีวิตข้าสองพ่อลูกตกอยู่ในกำมือพวกเจ้า จะบั่นคอหรือสับร่างก็เชิญลงมือ ทว่าเรื่องราวทั้งหมด ล้วนเกิดจากข้าฟ่านจงหมิงหน้ามืดตามัว โลภโมโทสันในสินจ้างของเป่ยหู จึงวางหมากเคลื่อนไหวเพียงลำพัง หาได้มีส่วนพัวพันกับตระกูลฟ่านแม้แต่น้อย”
นับแต่จ้าวเสวียนจีหิ้วปีกมัจจุราชคิ้วขาวกลับมา ฟ่านจงหมิงก็ตระหนักว่าชะตาตนขาดสะบั้นแล้ว เขารู้แจ้งแก่ใจ โทษทัณฑ์กบฏสมคบศัตรูแผ่นดินไม่มีทางล้