ายลงมา ไม่ได้ตกหนักเหมือนอย่างช่วงแรก แต่พอตกลงบนเสื้อผ้าก็ทำให้ชื้นไวมากมีนักศึกษาเดินถือร่มอยู่ไม่ไกล ต่างก็ออกมาถ่ายรูปเช่นกันบางทีพวกเขาอาจจะเป็นเหมือนเจิ้งทั่นที่บ้านเกิดไม่มีหิมะก็ได้ ถึงรู้สึกตื่นเต้นกันนักศึกษาสาวคนหนึ่งผลักร่มที่เพื่อนผู้ชายยื่นให้ออก “ไม่กางร่ม ฉันจะตากหิมะ~”“ไม่ต้องสนใจหรอก ขายหน้าจริงๆ!” นักศึกษาสาวอีกคนหนึ่งพูดพลางหัวเราะ“นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นหิมะกับตาตัวเอง ปล่อยๆ ไปเถอะ”“นี่ ดูนั่นสิ ตรงแปลงดอกไม้มีแมวดำด้วย ไปถ่ายรูปเร็ว!”ใครคนหนึ่งพูดขึ้นเจิ้งทั่นเชิ่ดใบหูขึ้น เขาไม่สนใจนักศึกษาเหล่านั้น“ขอฉันถ่ายรูปคู่กับแมวตัวนี้หน่อย” นักศึกษาสาวที่บอกว่าตัวเองอยากตากหิมะได้วิ่งเข้าไปหาเจิ้งทั่น เจิ้งทั่นไม่ได้หลบ ทั้งยังไว้หน้าด้วยการหยุดเดินเล็กน้อย เพื่อที่จะให้นักศึกษาคนดังกล่าวได้มีเวลาทำท่าเชยๆ อย่างชูสองนิ้ว อันที่จริงเด็กคนนี้ก็หน้าตาใช้ได้นะ“ฉันก็อยากถ่ายกับแมวด้วย” นักศึกษาชายคนหนึ่งเดินเข้าไปพอได้ยินเสียงผู้ชาย เจิ้งทั่นก็เดินออกไปทันที ทิ้งไว้เพียงแค่รอยเท้าบนขอบแปลงดอกไม้พอเลี้ยวตรงทางโค้งแล้วก็สามารถมองเห็นตึกของคณะวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ขณะที่เตรียมจะเพิ่มความเร็วไปยังตึกนั้นเจิ้งทั่นก็ชะงักฝีเท้าลง เขาได้ยินคนพูดชื่อของพ่อเจียวหย่วนเมื่อหันไปดูก็พบว่ามีคนสองคนกำลังเดินไปทางคณะวิทยาศาสตร์ชีวภาพเช่นกัน เนื้อตัวมีกลิ่นซุปหม่าล่า คงจะเพิ่งออกมาจากร้าน