ี้เขาว่างจนเบื่อ จึงอยากหาอะไรสนุกๆ ทำแก้เซ็ง“ครืดๆ…คร่อก…ฟี้…”พอได้ยินเสียงจากคนที่นอนอยู่ข้างๆ เจิ้งทั่นที่กำลังเตรียมจะเปิดสมุดก็ชะงักลง เขานึกว่าตัวเองถูกจับได้เสียแล้ว แต่พอหันไปดูอี้ซินยังคงหลับอยู่ โดยที่ไม่มีวี่แววว่าจะตื่นเลยสักนิดนอนกลางวันยังกัดฟันด้วยเหรอเนี่ย! กัดฟันไม่เท่าไร แต่ยิ้มด้วยนี่สิ! มันน่ากลัวนะรู้ไหม!เจิ้งทั่นเชิดใบหูขึ้น รวบรวมสมาธิใหม่ เขาใช้กรงเล็บเปิดสมุดเล่มนั้นภายในสมุดได้มีการจดบันทึกหลายอย่าง หน้าแรกๆ เป็นเนื้อหาของพวกรายงานทางวิชาการที่ใหญ่ๆ ถึงแม้ว่าลายมือของอี้ซินจะไม่ได้สวยมาก แต่ก็เขียนหนังสือเป็นระเบียบ บันทึกแบบมีขั้นมีตอนแต่เจิ้งทั่นรู้สึกผิดหวัง เพราะของพวกนี้เขาไม่มีความรู้สึกสนใจเลยสักนิด ขณะที่กำลังจะปิดสมุด สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นที่ขอบสมุด ดูเหมือนว่าด้านหลังเล่มก็จะถูกเปิดบ่อย ว่าแล้วเจิ้งทั่นก็เปิดไปที่หน้าหลังๆเขาเห็น ‘ข้อความกับบันทึกที่อี้ซินจดเรื่อยเปื่อย’ยิ่งอ่านยิ่งน่าเบื่อในนั้นมีการคัดลอกบทกลอนไว้มากมาย หลากหลายประเภท แต่ไม่ใช่กลอนแบบที่แต่งกันทั่วไป เนื้อหาจะเป็นศัพท์เฉพาะ ยังไงน่ะเหรอ?เวอร์ชั่นละเมอเพ้อหา เช่น“…ฉันคิดถึงเธอเหมือนกับที่แอนติบอดี้คิดถึงแอนติเจนความสวยของเธอเหมือนแอซิติลโคลีนที่ทำให้ฉันมีชีวิตอยู่ได้กี่ฤดูใบไม้ผลิ กี่ฤดูใบไม้ร่วงแล้วที่ฉันต้องนอนไม่หลับแต่ละนิวคลีโอไทด์มันแสดงถึงคำมั่นสัญญาของสองเราตลอดไปหวั