นร่างกายของแมวสูงกว่าของคนทำให้ช่วยเธอขจัดความหนาวออกไปได้ไม่น้อย ร่างกายที่อ่อนล้าหนาวเย็นก็ค่อยๆดีขึ้นท่าทางที่เธอกอดเจิ้งทั่นไว้ทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยสบายตัวเข่าของเธอหนีบเขาไว้จนรู้สึกเจ็บ แต่เธอก็กอดเจิ้งทั่นไว้แน่นคล้ายกับว่าเพราะเพิ่งรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิดเจิ้งทั่นไม่เห็นสายตาของเธอ แต่รับรู้ได้ว่ามือของเธอเย็นเฉียบ ความรู้สึกกลัวจนตัวสั่นยังหายไปไม่หมดเธอกอดเจิ้งทั่นไว้แน่นจนเขาทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงสะบัดหางใส่แขนของเธอเป็นสัญญาณว่าให้ปล่อยก่อนแต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆสะบัดอีกก็ยังคงไม่มีปฏิกิริยาตอบรับเจิ้งทั่นจึงไม่สะบัดหางแล้ว เพราะสะบัดไปก็ไม่มีประโยชน์ เขาจึงค่อยๆ เอาหางลูบไปตามแขนของเธอขึ้นๆ ลงๆตีให้ตายเจิ้งทั่นก็ไม่มีทางยอมรับว่าตัวเองกำลังฉวยโอกาสลวนลามเธออยู่เธอเองก็คงจะคิดไม่ถึงว่าแมวที่กอดอยู่นั้นกำลังมีความคิดพลุ่งพล่านอยู่ในสมองเธอหายใจค่อนข้างถี่ หลังจากที่เอาสก็อตเทปออกจากปากแล้วเธอก็เอาแต่ปิดปากสนิท ลมหายใจที่ถูกปล่อยออกมาทางจมูกทำให้เจิ้งทั่นรู้สึกจั๊กกะจี้ที่หู แต่ก็ทำได้แค่ขยับใบหู เธอผ่อนลมหายใจออกมาหนึ่งครั้ง เขาขยับหูสองครั้งก่อนที่เจิ้งทั่นจะออกมาวิ่งเล่น เขาได้ถอดป้ายคล้องคอซ่อนไว้บนต้นไม้ก่อนแล้ว ดังนั้นผู้หญิงคนนี้จึงไม่มีทางรู้ว่าแมวที่กอดอยู่นั้นเป็นแมวของบ้านไหนพอลมพัดมา ใบไม้ก็ค่อยๆ ร่วงหล่น ส่วนใบไม้ที่อยู่ด้านล่างก็ถูกลมพัดไปที่อื่น ป่าใน