ี้คงไม่อยากจะวุ่นวายให้เสียเวลา หัวขโมยคนนี้ก็นับว่าโชคดีไปพอเจิ้งทั่นเดินเข้าห้องก็เห็นเว่ยเหลิงนั่งอยู่ที่ขอบเตียงกำลังเอาเงินหนึ่งพันหยวนเมื่อครู่ยัดใส่กระเป๋าเงินตัวเอง ขวดพลาสติคขวดเล็กๆ สีขาวขวดนั้นถูกวางไว้ที่หัวเตียง โดยที่ข้างๆ มีแก้วน ้าส้มวางอยู่พอเห็นเจิ้งทั่นมองขวดยานั้น เว่ยเหลิงก็กวักมือเรียก เขาจึงกระโดดขึ้นเก้าอี้ที่อยู่ข้างเตียงเว่ยเหลิงรู้สึกว่าอยู่ห่างกันเกินไป จึงลากเก้าอี้มาที่ข้างๆ หัวเตียงเจิ้งทั่นที่นั่งอยู่ก็ปล่อยให้เว่ยเหลิงลากเก้าอี้ไป เพราะเขาขี้เกียจจะกระโดดลง“เมื่อกี๊นายเห็นหมดแล้วใช่ไหม?” เจิ้งทั่นไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง เว่ยเหลิงจึงชี้ไปที่ขวดยานั่น แล้วพูดต่อ “นี่เป็นยาแก้เมารถจริงๆ แต่ไอ้หนุ่มนั้นมันใช้ก่อคดี”เว่ยเหลิงชี้ไปที่ฉลากยาที่เหลืออยู่นิดหน่อย บนนั้นเขียนว่า‘ครั้งละ 1 เม็ด’ ชื่อยาแหว่งจนเหลืออยู่นิดเดียว เจิ้งทั่นไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่“ยาแก้เมารถส่วนใหญ่หลังจากกินแล้วจะง่วงนอน แต่ถ้ากินเยอะจะทำให้เสพติดการนอน ปวดหัว เป็นต้น และอาจมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดอาการทางประสาท เช่น เห็นภาพหลอนความคิดถูกรบกวน ตอนนี้โจรมันฉลาดขึ้น ถ้าซื้อยานอนหลับคนขายก็จะสงสัย แต่คนซื้อยาแก้เมารถน่ะมีเยอะแยะ ไม่มีใครมานั่งสนใจ แล้วถ้าใช้ยาแก้เมารถ พอถูกจับก็ปฏิเสธเรื่องวางยาได้บางครั้งยาแก้เมารถก็เป็นตัวอันตรายเลยล่ะ”เว่ยเหลิงนิ่งไปสักพักแล้วเอาน ้าส้มไปเททิ้ง เพร