ขึ้นรถ มีผู้โดยสารลงรถพอดีจึงมีที่นั่งว่าง เจียวหย่วนพูดขอบคุณแล้วแบ่งกันนั่งกับกู้โยวจื่อพลางเอากระเป๋าหนังสือมาวางไว้บนตักถึงระยะทางไปถึงประตูหลังของมหาวิทยาลัยฉู่หัวจะแค่สองถนน แต่พอถึงประตูฝั่งตะวันออกแล้วยังต้องเดินต่ออีกหน่อย การได้นั่งจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเจิ้งทั่นอยู่ในกระเป๋ารู้สึกอบอ้าว จึงเอาจมูกโผล่ออกมาตรงช่องว่างกระเป๋าเพื่อสูดอากาศ รถเมล์วิ่งๆ หยุดๆ บางครั้งก็เพราะถึงป้าย บางครั้งก็เพราะติดไฟแดง ทำให้เจิ้งทั่นรู้สึกง่วงนอนแต่สักพักเจิ้งทั่นก็รู้สึกเจ็บตรงหนวดพอมองลอดออกไปก็เห็นคุณแม่ที่นั่งอุ้มเด็กอยู่ข้างหน้าโดยที่เด็กน้อยหันหน้ามาทางด้านหลัง หนูน้อยคงเห็นจมูกกับหนวดของเจิ้งทั่นที่ลอดออกมาจากช่องกระเป๋า จึงยื่นมือมาดึงเล่นพอเจิ้งทั่นรู้สึกได้ถึงความเจ็บก็หดหน้าลงไป เก็บหนวดเข้าไปในกระเป๋า“แมว…หนวด…” เด็กน้อยยังพูดไม่ค่อยคล่องนัก พอเห็นหนวดแมวที่ดึงเล่นหดกลับเข้าไปในกระเป๋า จึงชี้ไปที่กระเป๋าของเจียวหย่วนพลางพูดเจียวหย่วนกับกู้โยวจื่อที่นั่งใจลอยได้สติกลับมา แต่ไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ แค่เห็นเด็กน้อยชี้มาที่กระเป๋า ก็นึกว่าถูกจับได้แล้ว จึงเริ่มกังวลเล็กน้อย ถึงแม้ว่าบนรถประจำทางจะไม่ได้ติดป้ายห้ามพาสัตว์เลี้ยงขึ้นมา แต่คนส่วนใหญ่ก็คัดค้านการพาสัตว์เลี้ยงขึ้นรถโดยสารประจำทางโชคดีที่คนอื่นไม่ได้สังเกตเห็นหนวดของเจิ้งทั่นที่โผล่ออกมา เพราะแสงไฟภายในรถไม่ได้สว