ได้นอนสบายๆเจิ้งทั่นนับดูขนมที่ถูกย้ายที่ ไม่ลดลง ค่อยสบายใจขึ้นหน่อยอี้ซินยังคงยืนอึ้งอยู่ที่เดิม ถึงแม้ว่าเขาจะเรียกสติกลับมาได้แล้ว แต่ก็ถูกภาพเหตุการณ์ตรงเก้าอี้ทำให้อึ้งไปอีกรอบ เมื่อวานตอนที่โทรหาเถ้าแก่เจียว เถ้าแก่บอกว่าห้ามกินขนมที่อยู่บนโซฟาถ้าอยากกินให้ไปหยิบในตู้เย็นช่องที่สอง แต่ขนมบนโซฟาห้ามแตะเด็ดขาดตอนนั้นอี้ซินไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว เมื่อครู่ที่แมวตัวนั้นจ้องขนมที่อยู่บนเก้าอี้พลางพยักหน้า มันคงกำลังนับอยู่แน่ๆเจิ้งทั่นไม่สนใจอี้ซินที่กำลังตะลึง ตอนนี้เขาหิวมาก เขากัดเปิดถ้วยพุดดิ้งแล้วลงมือกินอี้ซินมองแมวดำที่กำลังกินพุดดิ้งอยู่บนโซฟาพลางเอามือถูหน้า จากนั้นก็เดินไปยังห้องนอน แล้วโทรศัพท์หาเถ้าแก่เจียวเจิ้งทั่นเชิดหูขึ้นเพื่อฟังเสียงคุยจากในห้องนอนอี้ซินหยิบโทรศัพท์แล้วกระแอม “แฮ่ม แฮ่ม” สองครั้งจากนั้นก็กดเปิดลำโพง มีเสียงพ่อเจียวหย่วนดังออกมา “ชาร์โคลส่งเสียงหน่อย”เจิ้งทั่นเงยหน้า “ง้าววว~““……” อี้ซินได้แต่ตกตะลึง เสียงร้องยังดูแปลกเป็นพิเศษอีกด้วย“ดูท่าจะอารมณ์ดี” พ่อเจียวหย่วนพูด จากนั้นก็ให้อี้ซินปิดลำโพง เพราะยังมีเรื่องที่ต้องกำชับอี้ซินอีกอี้ซินถือหูโทรศัพท์พลางพูดด้วยคำสุภาพ แต่สีหน้านั้นดูเหนื่อยหน่าย พอวางสายเขาก็เดินเข้าครัวไปต้มน ้า แล้วหยิบกะละมังพลาสติคสีขาวออกมาล้างก่อนหน้าที่อี้ซินจะมาเรียนปริญญาโทเคยได้ยินคนพูดว่าถ้าจะเลือกอาจารย์ที่ปรึ