องของผู้ใหญ่บางครั้งก็ไม่เหมาะที่จะให้เด็กมารับฟังดังนั้นพอเห็นแบบนี้ยิ่งเพิ่มความน่าสงสัยมากยิ่งขึ้นว่าเรื่องอะไรที่ถึงกับไม่สามารถให้เด็กอยู่ฟังได้เจิ้งทั่นกระโดดขึ้นไปยังเก้าอี้ของตัวเองแล้วหมอบลงพักผ่อนพลางรอดูเหตุการณ์พฤติกรรมของเจิ้งทั่นพ่อเจียวหย่วนเงยหน้ามามองเล็กน้อยโดยที่ไม่พูดอะไรตอนนี้ไม่สนแล้วว่าทำไมก่อนหน้าถึงได้มีแต่ความเงียบพอดื่มเหล้าไปสามแก้ว ปากที่เคยปิดสนิทก็เริ่มเปิดออกในบทสนทนาของผู้ชายรุ่นใหญ่ทั้งสองนั้นเคล้าไปด้วยน ้าตา เจิ้งทั่นค่อยๆ เข้าใจเรื่องราวแล้วศาสตราจารย์หยวนอาจารย์ที่ปรึกษาสมัยที่พ่อเจียวหย่วนเรียนปริญญาโทคือพ่อของ ‘อ้วน’ ตอนนี้ท่านเป็นมะเร็งปอดระยะที่สี่อาการไม่ค่อยดีแล้ว คาดว่าคงอยู่ได้อีกประมาณสองเดือนตอนที่พ่อเจียวหย่วนเรียนจบจากมหาวิทยาลัยหนานหัวศาสตราจารย์หยวนก็ไปต่างประเทศพอดี ในเมื่อท่านไม่อยู่พ่อเจียวหย่วนจึงไม่ได้อยู่ทำงานที่นั่นต่อ เขาเลือกที่จะกลับบ้านเกิดมณฑลจิงฮั่นมาเป็นอาจารย์อยู่ที่ฉู่หัวมหาวิทยาลัยหนานหัวเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำติดทะเลในทางใต้ของจีน อยู่ในทำเลเดียวกับมหาวิทยาลัยฉู่หัวที่อยู่ทางภาคกลางตอนที่พ่อแม่เจียวหย่วนกับ ‘อ้วน’ อยู่ที่หนานหัวค่อนข้างสนิทกัน และแน่นอนว่าก็มีความสัมพันธ์อันดีกับศาสตราจารย์หยวนเช่นกัน วันนี้ได้ยินข่าวแบบนี้ทั้งสองจึงรู้สึกโศกเศร้า‘อ้วน’ ไม่ได้รับช่วงต่อด้านงานวิจัยจากพ่อของตัวเอง เขาไม่สนใจในด้านนี