เจิ้งทั่นปีนขึ้นไปบนต้นไม้ในตำแหน่งที่สูงแล้วหันไปทางเสียงคนที่ลอยมาสักพักเขาก็เข้าใจเรื่องทั้งหมดโดยคร่าวๆ มันคล้ายกับพล็อตละครตอนสองทุ่มที่แม่เจียวหย่วนดูก่อนหน้านี้ สิ่งเดียวที่ไม่เหมือนก็คือฝ่ายหญิงไม่ได้ร้องห่มร้องไห้มองดูสักพักเจิ้งทั่นก็รู้สึกรำคาญ จึงลงจากต้นไม้ปล่อยให้เจ้านกแก้วไร้สาระตัวนั้นดูละครน ้าเน่าในชีวิตจริงต่อไป อย่างน้อยมันก็ทำให้เจิ้งทั่นไม่ถูกก่อกวน เจิ้งทั่นอยากให้ละครแบบนี้‘ฉาย’ ทั้งวันได้ยิ่งดีหรือไม่ก็ ‘ฉาย’ อย่างต่อเนื่อง ความคิดแบบนี้อาจดูใจร้าย แต่แล้วไงล่ะ นับตั้งแต่เจิ้งทั่นจำความได้เขาก็ไม่ค่อยแคร์เรื่องพวกนี้อยู่แล้ว หากมันไม่ใช่เรื่องที่ก่อประโยชน์ให้เขาเขาก็พร้อมที่จะทิ้งมันอย่างไม่แยแสที่ใต้ต้นไม้เหลือเพียงแค่เจ้าอ้วนที่ทำท่า ‘หมอบสงบ’ อยู่ตรงนั้น ดวงตาหรี่ลงเหมือนกำลังเคลิ้มจะหลับ ส่วนจ่ากับอาหวงนั้นคงวิ่งไปหาที่เล่นแล้วพื้นที่บริเวณรอบๆ นี้ สถานที่ที่แมวส่วนใหญ่ชอบไปก็มีอยู่แค่ไม่กี่ที่ ดังนั้นเจิ้งทั่นจึงไม่รู้สึกกังวลใจว่าจะหาทั้งสองตัวไม่เจอ ต่อให้เวลานี้หาไม่เจอ พอส่งเสียงร้องเรียกพวกมันก็จะตอบกลับมา ไม่ได้ไปไหนไกลหรอกเขาสะบัดหางสะกิดเจ้าอ้วนเป็นสัญญาณว่าให้ตามมาสภาพของมันเหมือนนอนไม่พออยู่ตลอดเวลา ช่วงแรกเจิ้งทั่นคิดว่ามันคงใช้สมองมากเกินไป ต่อมาเจิ้งทั่นก็พบว่าต่อให้เจ้าอ้วนไม่ได้ใช้สมองมันก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว แต่ใครจะไปคิดว่าแมวที่ดูขี้เ