ลูกค้าส่วนใหญ่ของเสี่ยวกัวล้วนเป็นคนของมหาวิทยาลัยฉู่หัวทั้งนั้น แต่การจะทำการค้ากับอาจารย์และนักเรียนในมหาวิทยาลัยนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ปัญหาเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยในอาหารมักจะถูกเปิดเผยจากที่นี่นักทดลองที่วันๆ เอาแต่หมกตัวอยู่กับอุปกรณ์และผลการการทดลองบางครั้งพวกเขาก็อยากหาเรื่องสนุกๆ ทำ อย่างเช่น นั่งรถเมล์ไปย่านขายของกินแล้วซื้อบะหมี่แห้งมาชามหนึ่ง จากนั้นก็นำเข้าห้องทดลองทดสอบดูว่าในน ้ามันแดงที่ใช้มีการใส่สีหรือเปล่า มีสารอัลฟาท็อกซินในน ้ามันงาหรือไม่ แบคทีเรียในลำไส้ใหญ่เกินกว่าที่กำหนดหรือไม่ดังนั้นการจะทำธุรกิจกับบรรดาอาจารย์และนักเรียนจะต้องสร้างความน่าเชื่อถือ จำเป็นต้องใช้ของคุณภาพดีในการสร้างภาพลักษณ์ที่ยืนยาวแต่ก็เพราะเหตุผลเหล่านี้ทำให้ร้านของเสี่ยวกัวเป็นที่นิยมกำไรมากมาย บรรดาร้านที่อยู่รอบๆ ต่างก็มารวมเข้ากับคลินิกรักษาสัตว์ของพี่ชายเขารวมถึงร้านขายของใช้สำหรับสัตว์เลี้ยงของเขาด้วย จนกลายเป็นศูนย์กลางสัตว์เลี้ยงที่ชื่อว่า ‘มันเป็นแบบนี้’นี่คือเรื่องราวของเสี่ยวกัวตามความเข้าใจของเจิ้งทั่น สรุปก็คือ เจิ้งทั่นรู้สึกว่าเสี่ยวกัวก็เป็นคนที่ใช้ได้ มีความคิด ทำธุรกิจเป็นในขณะเดียวกันจิตใจก็ไม่ได้เลวร้าย อย่างน้อยก็มีเมตตากับสัตว์พอเสี่ยวกัวไปแล้วครอบครัวเจียวก็ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องโฆษณาอาหารแมว หลังอาหารค ่าเจียวหย่วนกับกู้โยวจื่อได้แยกย้ายไปทำการบ้านในห้องของตัวเ