หนูขาวของห้องทดลอง หากจะพูดให้เพราะๆ ก็คือดูเชื่องพูดให้แย่หน่อยก็คือมันดูโง่ๆ เฉื่อยๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมีสายเลือดเดียวกันด้วยหรือเปล่าช่วงนี้เจิ้งทั่นมักจะได้ยินพ่อเจียวหย่วนพูดถึงเรื่องเหล่านี้ในPPT ของวิชาพันธุศาสตร์อยู่บ่อยๆ ดังนั้นพอเห็นหนูขาวพวกนี้อยู่ในกรง เจิ้งทั่นจึงเข้าใจถึงสิ่งที่พ่อเจียวหย่วนพูด เขาไม่เห็นถึงความหวาดกลัวในแววตาของหนูพวกนี้ พวกมันอาจคิดว่าคนเลี้ยงมาแล้วจึงได้รีบลุกขึ้นมาทำท่าขออาหารพ่อเจียวหย่วนหยิบหนูออกมาหนึ่งตัวแล้ววางลงบนโต๊ะพลางพูด “คอยดูมันนะ อย่าให้มันวิ่งไปไหน”เจิ้งทั่นมองดูหนูขาวตัวเล็กที่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเผชิญกับโชคร้าย เขายกขาตะปบหางของมันไว้ หนูขาวตัวนี้ไม่ได้ดิ้นทุรนทุราย มันเพียงแค่ทำท่าอยากจะวิ่งข้างหน้าแค่นั้นดูเอาแล้วกัน นี่คือความแตกต่างระหว่างสัตว์ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติกับสัตว์ที่ถูกเลี้ยงในบ้าน ถ้าเป็นหนูข้างนอกถูกตะปบหางแบบนี้ ถ้าไม่ดิ้นหนีพยายามเอาชีวิตรอดก็คงหันกลับมากัดไปแล้วพ่อเจียวหย่วนนำกรงที่บรรจุหนูขาวอีกสี่ตัววางลงไปในกล่องกระดาษเปล่า เพื่อไม่ให้พวกมันมองเห็นเหตุการณ์ข้างนอก“ฉันไม่รู้ว่าพวกแมวจับหนูกันอย่างไร หรือฆ่าหนูอย่างไรฉันจึงอยากจะบอกนายถึงวิธีที่พวกเราใช้กันบ่อยๆ”พ่อเจียวหย่วนพูดพลางเอาหนูที่ถูกตะปบไว้ขึ้นมา“จะบอกให้นะ ในห้องทดลองของประเทศเราส่วนใหญ่จะใช้วิธีหักคอให้ตาย นี่เป็นวิธีฆ่าที่หนูขาวจะทรมานน้อยที่สุดแล