เจิ้งทั่นกระโดดขึ้นไปบนกิ่งของต้นอู๋ถง หรี่ตามองแสงแดดที่สาดส่องลอดผ่านระหว่างช่องว่างของใบไม้เข้ามา จากนั้นยกอุ้งเท้าถูใบหู ขยับท่าทางให้อยู่ในท่าที่สบาย พลางหาวออกมาหนึ่งครั้งยามบ่ายในเดือนกันยายน แสงอาทิตย์กำลังดีเหมาะมากที่จะนอนกลางวันเจิ้งทั่นเป็นแมว แต่เป็นแมวที่เคยเป็นคนมาก่อน เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น พอตื่นขึ้นมาก็เป็นแบบนี้เสียแล้วเมืองที่ไม่คุ้นตา บ้านที่ไม่คุ้นเคย ผู้คนที่ดูแปลกหน้า ตัวตนใหม่ที่แปลกเสียจนทำให้รู้สึกหมดหวัง โลกที่ดูกว้างใหญ่ อีกทั้งยังย้อนกลับไปในช่วงปี 2003แต่ก่อนเจิ้งทั่นเป็นคนที่ไม่ชอบแมว เรียกได้ว่าเกลียดสัตว์ชนิดนี้เลยแหละ เขารู้สึกว่าแมวเป็นสิ่งมีชีวิตเทียบเท่ากับโรคประสาท แต่ตอนนี้เขากลับกลายเป็นสัตว์ชนิดนี้ไปเสียได้นี่กรรมตามสนองเหรอเจิ้งทั่นยอมรับว่าตัวเองไม่ใช่คนดีนัก เคยรังแกคนที่อ่อนแอกว่า เคยวางเพลิงเล็กๆ ก็หลายครั้ง มีชีวิตเสเพลหายใจทิ้งไปวันๆแต่อย่างน้อยเขาก็ไม่เคยฆ่าใคร หากจะใช้ตรรกะความคิดในแบบของเขามาพูดล่ะก็ คนเลวกว่าเขามีตั้งมากมาย แล้วทำไมถึงเป็นเขาที่ต้องมารับกรรมนี้มึนงง ทำอะไรไม่ถูก โกรธ หมดหวังในขณะที่เรื่องทุกอย่างยังไม่ชัดเจนและไม่สามารถทำอะไรได้นั้น เจิ้งทั่นคงได้แต่ใช้คำพูดที่ว่า ‘ลมพัดเปลือกไข่ ถึงจะเสียบางอย่างไปแต่ตัวเราก็ยังคงเป็นตัวเรา’ มาปลอบใจตัวเอง3 เดือนผ่านไป เป็นช่วงเวลาใน 1 ฤดู 1 ใน 4 ของปี วัฏจักรของธรร