จ้าวชี่เยว่ลูบคางที่เนียนเรียบดุจหยกสลักพลางครุ่นคิด “รอให้พวกเราบุกไปหาถึงที่น่ะหรือ”
“ท่านพี่ช่างปราดเปรื่องยิ่งนัก”
จ้าวหนิงยกนิ้วโป้งให้ ประจบประแจงจนจ้าวชี่เยว่เบิกบานใจ “ขอเพียงมันลงมือซัดพวกเราสองคนจนบาดเจ็บสาหัส แล้วส่งข่าวผ่านจวนที่ทำการเมืองเร่งรุดไปยังด่านเยี่ยนเหมินกวน ด้วยนิสัยหวงลูกของท่านพ่อท่านแม่ ย่อมต้องบันดาลโทสะแทบพลิกฟ้า ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไรก็คงนั่งไม่ติด ต้องฝ่าค่ายทะลวงทัพจากด่านเยี่ยนเหมินกวนกลับมาแน่”
“ท่านพ่อท่านแม่กลับมาไม่ได้หรือ”
“ตอนนี้ยังไม่ได้เด็ดขาด”
“เหตุใดกัน”
“หากทิ้งกองทัพเรือนแสนที่ด่านเยี่ยนเหมินกวน พวกท่านจะตกอยู่ในอันตรายสาหัส”
จ้าวชี่เยว่จ้องเขม็งมองจ้าวหนิง “เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าผู้บงการชักใยเบื้องหลังคือใคร”
จ้าวหนิงทอดถอนใจ ไม่อาจบอกตามตรงได้ว่าตนล่วงรู้ความจริงทั้งหมด “ยังไม่แน่ใจ”
เมื่อเห็นจ้าวชี่เยว่ตั้งท่าจะซักไซ้ต่อ จ้าวหนิงจึงรีบเอ่ยเสริม “หากท่านพ่อท่านแม่เผชิญเหตุร้ายกลางทาง ภายหลังก็เอาผิดฟ่านจงหมิงไม่ได้ มันคงตีหน้าซื่ออ้างว่าไม่รู้เรื่องอันใด และพวกเราก็ไร้ซึ่งหลักฐานมัดตัว ท้ายที่สุด ฟ่านชิงหลินก็แค่ทำไปเพราะลุ่มหลงสตรี ส่วน