ขณะที่มันกำลังจะไปติดต่อคนเหล่านั้น คนเฝ้าประตูจวนที่ทำการเมืองก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามารายงาน “เรียนท่านเปี๋ยเจี้ย มีคนของตระกูลจ้าวกลุ่มหนึ่งบุกมาขอพบท่านเปี๋ยเจี้ยด้วยท่าทีดุดันเอาเรื่องขอรับ!”
ฟ่านจงหมิงชะงักงันไปชั่วขณะ ก่อนที่สีหน้าจะปรับเป็นปกติ ในใจลอบระบายลมหายใจด้วยความโล่งอก
คนตระกูลจ้าวบุกมาย่อมดีแล้ว ที่หวั่นเกรงคือพวกมันจะมุดหัวหดกระดองต่างหาก ขอลองเผชิญหน้าหยั่งเชิงสถานการณ์ตรงหน้าดูก่อน จะได้ประเมินว่าฟ่านชิงหลินเก็บงำความลับฟ้าถล่มนี้ไว้ได้หรือไม่ จากนั้นค่อยตัดสินใจเดินหมากตานี้อย่างไร
เมื่อกลุ่มผู้บำเพ็ญเพียรตระกูลจ้าวย่างก้าวเข้ามาในห้องโถง ผู้ที่เดินนำหน้ามาคือเซี่ยเหอในชุดทะมัดทะแมงเยี่ยงบุรุษ นางชี้หน้าฟ่านจงหมิงพลางแผดเสียงด่าทอฉาดใหญ่ “ตระกูลฟ่านของพวกเจ้าช่างขวัญกล้าเทียมฟ้านัก ถึงกับเหิมเกริมลอบสังหารคุณชายตระกูลจ้าวของข้ากลางถนน หรือว่าตระกูลฟ่านคิดจะเปิดศึกเลือดกับตระกูลจ้าวกันแน่!”
สิ้นเสียงแผดด่า ภูเขาที่กดทับอกฟ่านจงหมิงอยู่ก็ร่วงหล่นลงพื้น
เขาขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยเสียงเรียบ “แม่นางกล่าวเช่นนี้หมายความว่าเยี่ยงไร คุณชายจ้าวถูกลอบสังหารกลางถนน ข้าได้ส่งคนไปไต่ถามสถานการณ์