“คุณชาย คนที่ออกไปตามล่าจ้าวยวี่เจี๋ยกลับมาแล้วขอรับ” ผู้บำเพ็ญเพียรนายหนึ่งเข้ามารายงาน
“เป็นอย่างไรบ้าง”
“คลาดกันแล้วขอรับ”
ได้ยินเช่นนั้น จ้าวหนิงหาได้แปลกใจ อีกฝ่ายเป็นถึงผู้บำเพ็ญเพียรระดับคุมปราณขั้นกลาง ต่อให้ต้องหิ้วคนหนีไปสักคน ก็มิใช่สิ่งที่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับฝึกกายจะกวดตามทัน
“คลาดกันที่ใด”
“ตรอกฉางจื้อขอรับ”
ณ เรือนสี่ประสานแห่งหนึ่งในตรอกฉางจื้อ แสงตะเกียงสว่างไสว เงาร่างคนเดินขวักไขว่ บ่าวไพร่และสาวใช้ที่ลัดเลาะตามระเบียงทางเดินต่างก้มหน้าค้อมตา ท่าทีระแวดระวัง ราวกับหวาดกลัวว่าหากพลาดพลั้งเพียงนิดจะกระตุ้นโทสะเจ้าของจวน จนต้องรับโทษทัณฑ์สถานหนัก
“คุณชายสาม บาดแผลของแม่นางใส่ยาและพันแผลเรียบร้อย ทั้งยังป้อนโอสถแล้ว ยามนี้พ้นขีดอันตรายแล้วเจ้าค่ะ”
บริเวณระเบียงทางเดินหน้าเรือน ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งใบหน้าหล่อเหลาแฝงแววสำอางผู้หนึ่งกำลังเดินวนเวียนด้วยความร้อนรน เมื่อเห็นผู้บำเพ็ญเพียรหญิงก้าวออกจากห้อง เขาก็รีบหันขวับไปด้วยความตึงเครียด ครั้นได้ฟังรายงาน สีหน้าพลันแปรเปลี่ยนเป็นปีติยินดี ก่อนก้าวฉับข้ามธรณีประตูเข้าไปด้านใน
หลังม่านมุก สตรีร่างอรชรพิงกายอยู่บนตั่งเตี้ย แม้ใบหน้าซีดเซียวทว่า