ิไปแล้ว”
“จริงด้วย รู้อยู่หรอกว่าคุณชายมีพรสวรรค์ล้ำเลิศ แต่ไม่นึกว่าจะถึงขั้นนี้ จังหวะที่พุ่งทะลวงวงล้อมศัตรูราวสายฟ้าฟาด ทะยานขึ้นเนินเขาไปเด็ดหัวจ่าฝูง ช่างดุดันเหี้ยมหาญนัก”
“พวกเจ้ายังมองข้ามจุดสำคัญไป ลองดูสิ คุณชายมีม้าแต่ไม่ขี่ กลับยอมเดินเท้าคลุกฝุ่นเฉกเช่นพวกเรา คนที่ขี่ม้าของคุณชายอยู่ตอนนี้แม้จะบาดเจ็บ แต่ก็ใช่ว่าจะเดินไม่ไหว สิบกว่าปีมานี้คุณชายเอาแต่เย่อหยิ่งจองหอง ไม่เคยเห็นหัวใคร แล้วเคยปรายตามองพวกเราตั้งแต่เมื่อใด”
“เจ้าพูดถูก ข้าก็รู้สึกว่าคุณชายวันนี้… เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน”
“หรือนี่คือสิ่งที่เขาเรียกกันว่า เติบโตขึ้นในชั่วข้ามคืน”
เสียงซุบซิบในขบวนดังระงม จ้าวหนิงได้ยินบ้างไม่ได้ยินบ้างทว่าหาได้ใส่ใจ ในหัวเอาแต่ครุ่นคิดว่าเมื่อกลับถึงเมืองไต้โจว จะลากคอผู้ชักใยเบื้องหลังการลอบสังหารครั้งนี้ออกมาสับเป็นชิ้นๆ ได้ด้วยวิธีใด
หลังจากนี้เขาต้องเดินหมากเช่นไร จึงจะปกป้องตระกูลจ้าวให้พ้นจากหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามา… รักษาชีวิตบิดามารดา เครือญาติ และตัวเขาเอง ไม่ให้ต้องลงเอยด้วยความพินาศย่อยยับเฉกเช่นชาติที่แล้ว
จ้าวตงผิงซึ่งเดินตามหลังจ้าวหนิงเงี่ยหูฟังเสียงวิจารณ์เหล่านั้นโดยไม่ปริป