จ้าวยวี่เจี๋ยหยิบไม้คนชาขึ้นมากวนน้ำในหม้ออย่างเชื่องช้า รอจนน้ำเดือดพล่านจึงตักผงชาใส่ลงไปกวนอย่างเบามือ เมื่อฟองชาลอยฟ่อง นางก็รินน้ำที่ตักพักไว้กลับลงไปผสมผสาน
เมื่อสรรพเสียงเงียบสงัด จ้าวตงผิงรู้ทันทีว่าจ้าวยวี่เจี๋ยพร้อมรับฟังแล้ว จึงเอ่ยปาก “หลายปีมานี้ คุณชายตัวติดกับคุณหนูแทบตลอดเวลา มีโอกาสเมื่อใดเป็นต้องรีบรุดมาหาทันที”
“ทว่าวันนี้พวกเราเผชิญการลอบสังหาร แม้รอดชีวิตกลับมาได้แต่ก็นับเป็นเรื่องใหญ่ เด็กหนุ่มอย่างคุณชายย่อมต้องขวัญหนีดีฝ่อ อารมณ์ปั่นป่วน นี่คือจังหวะที่เขาควรมาฟูมฟายกับคุณหนู แต่ครั้นกลับถึงจวน เขากลับตรงไปบำเพ็ญเพียรหน้าตาเฉย”
สิ้นคำ จ้าวตงผิงลอบสังเกตสีหน้าจ้าวยวี่เจี๋ย ครั้นเห็นนางยังคงนิ่งเฉย เขาจึงก้มหน้าลงตามเดิม
“เขารู้ว่าสองวันนี้ร่างกายข้าไม่ค่อยสู้ดี คงไม่อยากมารบกวน ไม่เห็นมีอันใดแปลก” น้ำเสียงจ้าวยวี่เจี๋ยราบเรียบ ไร้ระลอกอารมณ์เจือปน “เชลยพวกนั้น ลุงจะจัดการเช่นไร”
“ฆ่าทิ้ง” จ้าวตงผิงตอบสวนทันควัน
“ใครลงมือ”
“ข้าเอง”
“เมื่อใด”
“เดี๋ยวนี้”
“ไม่ได้”
“คุณหนู โอกาสมีแค่ชั่วพริบตา คุณชายบอกว่า…”
“พอแล้วลุงผิง เรื่องหลังจากนี้ข้าจัดการเอง”
“ขอรับ… ข้าน้อยขอตัว”
“ลุง