รถม้าและสัตว์ลากจูงพังพินาศย่อยยับจากการปะทะ ขากลับนอกจากผู้บาดเจ็บสาหัส สมาชิกที่เหลือล้วนต้องเดินเท้า ไม่เว้นแม้แต่จ้าวหนิง
พายุฤดูร้อนมาเร็วไปเร็ว บัดนี้ฝนหยุดสนิท เมฆดำทะมึนสลายตัว แสงแดดยามบ่ายสาดส่องอาบไล้ผืนดินอีกครา
ระยะทางสู่เมืองไต้โจวเดิมทีกินเวลาเกินครึ่งวัน ทว่ายามนี้ทั้งขบวนเร่งฝีเท้าเต็มกำลัง ความเร็วในการเดินทางจึงเพิ่มขึ้นอักโข
การลอบสังหารคร่าชีวิตคนในขบวนไปกึ่งหนึ่ง ผู้บำเพ็ญเพียรที่รอดตายล้วนมีสีหน้าหดหู่ ทว่าเหตุการณ์ประหลาดที่ประจักษ์แก่ตายังคงกวนใจจนหลายคนอดกระซิบกระซาบกันตลอดทางไม่ได้
“สังเกตหรือไม่ การลอบสังหารวันนี้เงียบเชียบไร้ร่องรอย เห็นชัดว่าเตรียมการมาอย่างรอบคอบ แต่คุณชายกลับไหวตัวทัน สั่งพวกเราตั้งค่ายกลรับมือจนรอดพ้นการลอบกัดมาได้ คุณชายอยู่เพียงระดับฝึกกายเฉกเช่นพวกเรา แล้วไปรู้ตัวตั้งแต่เมื่อใด ขนาดลุงผิงที่อยู่ระดับคุมปราณยังไม่ระแคะระคายสักนิด”
“นั่นยังไม่เท่าไร ‘ท่าเท้ากระจกวารี’ กับ ‘เคล็ดวิชาเชียนจวิน’ ล้วนเป็นวิชาที่ฝึกยากรากเลือด แต่คุณชายกลับใช้ออกมาดุจผู้ที่ฝังตัวฝึกฝนมานับสิบยี่สิบปี เชี่ยวชาญจนน่าขนลุก หากไม่ได้วิชาเหล่านั้น วันนี้พวกเราคงกลายเป็นศพไร้ญาต