“ท่านพี่หนิง วันนี้บาดเจ็บหรือเหนื่อยล้าตรงไหนหรือไม่เจ้าคะ”
น้ำเสียงร้อนรนดังมาจากนอกประตู นัยน์ตาฉ่ำน้ำของหญิงสาวเอ่อล้นด้วยความห่วงใย ราวกับว่าหากจ้าวหนิงเอ่ยปากว่าเจ็บแม้เพียงครึ่งคำ นางก็พร้อมจะโผเข้าซบอกและปล่อยโฮออกมาทันที
“ข้าไม่เป็นไร” จ้าวหนิงตอบเสียงเรียบเฉย
หญิงสาวเบื้องหน้าผิวพรรณผุดผ่องดั่งหยก คิ้วเรียวโก่ง นัยน์ตาทอประกายระยิบระยับ ความงามของนางโดดเด่นสะกดสายตา หากวัดกันเพียงรูปโฉม อย่าว่าแต่ในตระกูลจ้าวเลย ทั่วทั้งเมืองหลวงต้าฉีคงหาผู้ใดเทียบเคียงนางได้ยากยิ่ง
สิ้นคำตอบนั้น รอยยิ้มโล่งใจก็ผุดขึ้นบนใบหน้างาม ชวนให้ผู้พบเห็นสัมผัสได้ถึงความห่วงใยจากก้นบึ้งหัวใจ ราวกับว่าจ้าวหนิงคือโลกทั้งใบของนาง
วีรบุรุษมักพ่ายด่านหญิงงาม… จ้าวหนิงในชาติก่อนก็เช่นกัน
จ้าวยวี่เจี๋ยมิใช่สายเลือดตระกูลจ้าวแต่กำเนิด นางเป็นเพียงทายาทของสหายเก่าที่สิ้นชีพในสนามรบ ซึ่งสายรองที่สามรับมาอุปการะ ต่อหน้าคนในตระกูล นางมักสวมบทบาทสตรีหัวอ่อน ว่านอนสอนง่าย ไม่เคยแก่งแย่งชิงดี สงบเสงี่ยมเจียมตัวอยู่เสมอ คนตระกูลจ้าวที่เปี่ยมเมตตาจึงพากันเอ็นดูและคอยดูแลนางเป็นอย่างดี
ตระกูลจ้าวหยั่งรากลึกมาอย่างยาวนาน เป็นตระ