จ้าวยวี่เจี๋ยประคองจอกสุราขึ้นมา นัยน์ตาทอประกายห่วงใยเปี่ยมรัก “ท่านพี่หนิง วันนี้ท่านเผชิญเรื่องร้ายแรงจนเหนื่อยล้ามามาก ดื่มสักจอกปลอบขวัญเถิดเจ้าค่ะ เรื่องนี้แม้ยังไม่รู้เบาะแสคนร้าย ทว่าหากเค้นคอถามความจริงได้เมื่อใด น้องจะไปถอนรากถอนโคนพวกมันเคียงข้างท่าน ระบายแค้นให้ท่านเอง”
วาจาช่างแสนใส่ใจและเปี่ยมด้วยคุณธรรมสูงส่ง ใครเล่าจะคาดคิดว่าสตรีผู้นี้คือผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง
จ้าวหนิงวางจอกสุราลง เขาเอ่ยถามโดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง “ลุงผิง ทั้งในและนอกจวนเรา มีผู้บำเพ็ญเพียรระดับคุมปราณอยู่กี่คน”
“นอกจากข้าก็ไม่มีผู้ใดแล้ว คุณชายถามไถ่ด้วยเหตุใด”
“ผิดแล้ว นอกจากลุงผิง ยังมีอีกหลายคน”
“ยังมีอีกหลายคน… คุณชายอย่าล้อเล่นเลย”
“แค่ใกล้ตัวข้า ก็ซุ่มซ่อนอยู่ถึงสองคน”
“เอ่อ…”
“ยวี่เจี๋ย เจ้าคิดเห็นเช่นไร”
“ท่านพี่หนิง วันนี้ท่านดูแปลกไปนะเจ้าคะ หรือว่าฝืนใช้เชียนจวินจนสิ้นเปลืองพลังปราณมากไป จึงทิ้งผลกระทบเอาไว้”
“เจ้าใช่ระดับคุมปราณสินะ”
“ท่านพี่หนิง น้องอยู่เพียงระดับฝึกกายเท่านั้น”
“ดี มีเรื่องหนึ่งที่ข้าสมควรบอกเจ้า”
“เรื่องอันใดหรือเจ้าคะ”
“ยามอยู่ระดับฝึกกาย ข้าตวัดเชียนจวินได้เพียงดาบเดียว จ