นใดนั้น เสียงเย็นชาเสียดแทรกก็ดังขึ้น หูอี้กับ หูเฮ่าก็ค่อย ๆ เดินขึ้นมาบนยอดเขา
“อ๊ะ น้องชาย เนินเขาเหนือของเจ้ามีหญิงงามเช่นนี้อยู่ด้วยหรือ ดูท่าข้ามาไม่เสียเที่ยวแล้ว” หูอี้เห็นหลิวเหมยตั้งแต่แรกเห็น ดวงตาทั้งสองข้างก็เปล่งประกายออกมาทันที
“พี่อี้ นี่คือหลิวเหมย ส่วนไอ้เด็กข้าง ๆ นั่นคือไอ้หลี่ลี่ที่ทำร้ายข้า” หูเฮ่าพูดชื่อหลี่ลี่ที่เขาเกลียดชังออกมาอย่างชัดเจน
“แค่มันเนี่ยนะ เด็กน้อย การแปรผันวิญญาณยุทธ์ระดับหก ก็แค่ไอ้กระจอก ๆ คนหนึ่ง เจ้ายังสู้ไม่ได้หรือ?” เหลือบมองหลี่ลี่ หูอี้เบ้ปากอย่างดูถูก “สั่งสอนเด็กน้อยระดับหกธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ยังต้องให้ข้าลงมือเองอีกหรือ? น้องชาย ผู้หญิงของเจ้าก็มีไม่น้อยแล้ว หลิวเหมยคนนี้ยกให้ข้าก็แล้วกัน เดี๋ยวอีกหน่อยข้าจะหาผู้หญิงสวย ๆ มาให้เจ้าเพิ่มอีกหลายคน เพื่อผู้หญิงคนนี้ ข้าลงมือครั้งหนึ่งก็ไม่เสียหายอะไร”
ไม่สนใจหลี่ลี่เลย หูอี้จ้องมองหลิวเหมยมาโดยตลอด ยิ่งมองก็ยิ่งชอบ หลิวเหมยเป็นผู้หญิงที่มีอารมณ์แบบหญิงงามล่มเมือง มีความขี้อาย ทำให้หูอี้พอใจมาก
“ในเมื่อพี่อี้หมายตาแล้ว ถือว่าเป็นวาสนาของนาง น้องคนนี้จะกล้าแย่งกับท่านได้อย่างไร” หูเฮ่าหดคอเล็กน้อย ในใจรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย เดิมทีหูอี้เป็นคนซื่อตรง ไม่เคยใฝ่ฝันถึงหญิงงาม แต่ใครจะไปคิดว่าหลิวเหมยจะเป็นหญิงงามล่มเมืองเล่า!
“ข้าคือหูอี้แห่งสำนักใน คุณหนูผู้นี้ เหตุใดต้องอยู่กับเด็กไร้ค่าด้วย?