ับต ่าออกมาบางชิ้น และเตรียมลองเสริมพลังพวกมัน
แม้จะบอกว่าเป็นอาวุธวิเศษระดับต ่า ทว่าแท้จริงมันคืออาวุธวิเศษระดับเคล็ดพลัง หากมันไปอยู่ในภพแร้นแค้น นี่จะเป็นอาวุธวิเศษสำหรับยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการ
แต่ที่ภพเซียนแห่งนี้ มันเป็นเพียงได้เพียง ‘ของจุกจิกข้างทาง’
ยามเขากลับภพแร้นแค้น เขาจะไล่กว้านซื้อ ‘ของจุกจิก’ เหล่านี้ไว้บ้างแน่ ๆ
อาวุธวิเศษซึ่งด้อยมูลค่าในภพเซียน เป็นของชั้นเลิศในภพแร้นแค้น
กว่าประตูข้ามภพจะเปิดครั้งหน้าก็ยังมีเวลาอีกเก้าร้อยกว่าปี มิต้องรีบร้อนอะไรเลย
เจียงผิงอันยกพู่กันพิพากษาซึ่งถูกเสริมแกร่งขึ้น เตรียมเริ่มวาดอักขระเซียนตามความทรงจำ
อวิ๋นเหยาพลันเอ่ยปาก “ไม่แนะนำให้เจ้าวาดอักขระด้วยศาสตราเซียนนะ เจ้าจะเคยตัว มิอาจทำความเข้าใจพลังในอักขระเซียนได้ ไม่อาจทำความเข้าใจพวกมันได้อย่างแท้จริง แน่นอน เจ้าจะไม่ฟังข้าก็ได้ ตามใจเจ้าเลย”
เจียงผิงอันเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะวางพู่กันพิพากษาลง แล้วยกนิ้วเริ่มวาดอักขระบนอากาศ
ปลายนิ้ววาดไปในสุญตา ทิ้งรอยสีทองไว้ตามทาง
เปรี้ยง!
อักขระทั้งหลายพลันระเบิด ส่งคลื่นอัดอากาศกระจายทั่ว
“วรยุทธ์เซียนบ้านข้ามิใช่เรียนได้ง่าย ๆ หากเจ้าบรรลุขั้นต้นได้ในร้อยปี ก็นับเป็นอัจฉริยะนักหลอมศาสตราแล้ว”
เรียวขาขาวของอวิ๋นเหยาเคาะลงบนโลงแก้วผลึก เท้าขาวเนียนส่ายไปมาอย่างเนิบช้า สุดแสนยินดีที่เห็นเจียงผิงอันล้มเหลว “หากเจ้าวาดอักขระเซียนแรกด้วยนิ้วเจ้า