ได้วันใด ข้าจะช่วยเจ้าเสริมแกร่งกิ่งไม้นั่นเป็นศาสตราเซียนให้เปล่า ๆ เลย”
เจียงผิงอันหลับตาลง เงียบไปครึ่งชั่วยาม
อวิ๋นเหยาเห็นเจียงผิงอันแน่นิ่งไป ก็คิดว่าเจียงผิงอันท้อใจ จึงเอ่ยปลอบ “อย่าคิดน้อยใจไปเลย กระทั่งในตระกูลข้ายังมีผู้บรรลุวิชานี้ไม่กี่คน เจ้าไร้ประสบการณ์หลอมศาสตรา ย่อมเรียนมันได้ไม่ง่าย…”
พูดไม่ทันจบ นางก็เห็นเจียงผิงอันยกนิ้วขึ้นอีกครั้ง ปลายนิ้ววาดไหวยืดหยุ่น อักขระเซียนสีทองปรากฏขึ้นบนสุญตา เรืองรองรัศมีเล็กน้อย
วิ้ง!
หนึ่งเสียงประหลาดดังขึ้น อักขระเซียนอันสมบูรณ์ตัวหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าเจียงผิงอัน
ริมฝีปากแดงของอวิ๋นเหยาอ้าหวอ เรียวขาขาวเนียนซึ่งส่ายไหวชะงักกึก มองภาพตรงหน้าตาค้าง
“เจ้าเคยเรียนวิชาหลอมศาสตรามาก่อนหรือ?”
แม้อักขระเซียนนี้จะมิได้ระดับสูง แต่ก็ใช่จะวาดได้ง่าย ๆ เว้นแต่ผู้เคยมีประสบการณ์หลอมศาสตรา วาดอักขระคล้าย ๆ กันนี้มาก่อนการวาดมันได้อย่างรวดเร็วก็เป็นไปไม่ได้เลย
“เปล่า”
เจียงผิงอันชำเลืองอวิ๋นเหยา “ผู้อาวุโส เมื่อครู่ท่านบอกว่าจะช่วยข้าเสริมพลังกิ่งมารสะเทือนสรวงเป็นศาสตราเซียน…”
“คร่อก~ ฟี้~”
อวิ๋นเหยาลงไปนอนนิ่งในโลงแก้วผลึก ส่งเสียงกรนออกมาแผ่วเบา
เจียงผิงอัน “…”
ยังจะกล้าแกล้งหลับอีกหรือ?
ยามเซียนทิ้งยางอาย เจียงผิงอันก็ไร้หนทาง
เขาวาดอักขระตรงหน้าซ ้า ๆ เพราะนี่เป็นการวาดครั้งแรก มันจึงยึกยือไปเสียหน่อย ไม่มีทางทำความเข้าใจพลังจากมันได้อย่า