เฉินรั่วเยียนพูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ไม่ไว้หน้าเซวียชุนอวี่แม้แต่น้อย
บรรดาขุนนางต่างพากันเงียบกริบด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ
ทุกคนต่างก็รู้เรื่องนี้ดี แต่การพูดออกมาตรง ๆ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อองค์หญิงสามคือผู้พูดประโยคนี้ออกมา นี่เท่ากับเป็นการฉีกหน้ากันอย่างชัดเจน
“องค์หญิงสาม โปรดระวังคำพูดด้วย กระหม่อมภักดีต่อราชวงศ์ต้าเยี่ยนมาโดยตลอด ไม่เคยคิดสองใจแม้แต่น้อย สวรรค์เป็นพยานได้”
เซวียชุนอวี่ร้องโวยวาย บอกว่าตัวเองถูกใส่ร้าย ยิ่งเขาถ่วงเวลาได้นานเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นผลดีต่ออ๋องยงเสียนมากขึ้นเท่านั้น สิ่งที่เขาต้องทำก็แค่ถ่วงเวลาหลิวอู๋เสียไว้ก็พอ
สถานการณ์เริ่มตึงเครียดมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่ยอมใคร จนเฉินรั่วเยียนชักกระบี่ยาวออกมาด้วยความโมโห
“พวกเจ้าช่างกล้ามาก ถึงกับคิดจะก่อกบฏตั้งแต่ตอนนี้เลยรึ?”
เฉินรั่วเยียนชี้กระบี่ยาวไปที่เซวียชุนอวี่ วันนี้หากไม่ถึงที่สุด นางก็จะไม่ยอมความเด็ดขาด