ละก็เป็นไปอย่างที่เซียวฮั่นคิดไว้ เพียงแค่เริ่ม คนทั้งหมดก็ต่อสู้อย่างยากลำบากแล้ว ยอดฝีมือของสำนักตี้ถูและสำนักเสวียนเทียนนั้นยังดี อย่างไรในหมู่พวกเขาก็มีตั้งแต่ยอดฝีมือขั้นราชันแห่งโลกระดับที่แปดขึ้นไป จึงมิได้ง่วนอยู่กับศาสตราแห่งราชันถึงเพียงนั้นในทางกลับกัน องครักษ์สองท่านของตระกูลหวงและตระกูลหวังได้เข้าสู่ห้วงแห่งการต่อสู้อันเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าแล้ว ประหนึ่งว่าขวานอำมหิตและใบมีดทำลายเหล่านั้นคือยอดฝีมือขั้นราชันแห่งโลกระดับที่แปดสองท่านผู้ปลดปล่อยการโจมตีออกมาไม่มีหยุดโดยไม่รู้จักความเหนื่อยล้า ทั้งนี้พลังสังหารที่น่าหวั่นเกรงก็ยังไม่มีที่สิ้นสุดอีกด้วยแม้ว่าองครักษ์สองท่านจะร่วมมือกันก็ยังทำได้เพียงฝืนต้านทานการโจมตีของศาสตรากึ่งเทพแท้จริงสองชิ้น ดังนั้นการโต้กลับจึงเป็นเรื่องเพ้อฝันอย่างไม่ต้องสงสัยและถึงขั้นที่ว่าหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าชีวิตของพวกเขาคงตายไปอย่างเปล่าประโยชน์ ส่วนยอดฝีมือของหอหมื่นสมบัติและสำนักฉีเป่าหลิวหลีที่มิได้ออกมือนั้น ยามนี้สายตาของพวกเขาต่างตกลงบนร่างของเซียวฮั่น พวกเขารู้ว่าที่เซียวฮั่นเพิ่งจะได้รับคันธนูแสงโลหิตนั้นมิใช่เพราะโชคช่วยอย่างแน่นอน
เกรงว่าน่าจะต้องใช้ลูกไม้พิเศษเท่านั้นถึงจะได้รับการยอมรับจากศาสตราแห่งราชันเหล่านี้ มิฉะนั้น จุดจบก็มีเพียงแบบเดียว นั่นก็คือถูกศาสตราแห่งราชันเหล่านี้ดึงเอาพลังชีวิตไปจนตกตายเป็นที่รู้กันว่าศาสตร