หลังจากมหาปรมาจารย์ค่ายกลสองท่านได้ยินดังนั้น หน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนสีพร้อมกันในทันที ก่อนจะจ้องมองไปยังเซียวฮั่นด้วยสายตาเย็นยะเยือก แล้วจึงเอ่ยอย่างเย็นชา
“ข้าก็คิดเช่นเดียวกัน เด็กหนุ่มผู้นี้มีจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิต ข้าเห็นว่าจะปล่อยเอาไว้ไม่ได้!”ฉับพลันนั้น ไม่ว่าจะเป็นตระกูลหวัง ตระกูลหวง หรือมหาปรมาจารย์ค่ายกลสองท่านไม่เพียงแต่ไม่คิดว่าการตัดสินใจที่ผิดพลาดของตนจะสร้างความเสียหายให้แก่ตระกูล ซ˺ายังต้องการกดข่มเซียวฮั่นด้วยเพราะพวกเขาต่างเข้าใจว่าเซียวฮั่นอยู่เพียงขั้นนักรบแห่งโลกระดับที่สี่ ไม่มีผู้ใดหนุนหลัง จึงต้องเป็นแพะรับบาปได้แน่นอน“คนมีหน้า ต้นไม้มีเปลือก วันนี้นับว่าข้าได้เห็นคนที่ไร้ยางอายเช่นนี้ สมกับเป็นอัจฉริยะของขุมอำนาจระดับหนึ่ง ข้าขอชื่นชม!”เซียวฮั่นมิได้เอ่ยสิ่งใด แต่กลับเป็นฉายทงเทียนที่เอ่ยขึ้นด้วยความเยือกเย็นแทนพอหวงเหรินและหวังหลง รวมถึงมหาปรมาจารย์ค่ายกลสองท่านได้ยินดังนั้น พวกเขากลับไม่ไหวติงโดยสิ้นเชิง หนังหน้าของเขาแทบจะหนาพอๆ กับระดับของกำแพงเมืองอยู่แล้ว“องค์ชายหวงเหรินและองค์ชายหวังหลงสินะ?”บัดนี้เซียวฮั่นกล่าวกับคนทั้งสองด้วยใบหน้าประดับรอยยิ้ม
“แล้วอย่างไร? อยากจะยอมรับผิดงั้นรึ?”หวงเหรินเห็นเซียวฮั่นเผยรอยยิ้มจึงเข้าใจว่าเซียวฮั่นถูกตนสยบไว้แล้วและต้องการยอมรับโทษ“เปล่า ข้าเพียงแค่ต้องการเชิญเจ้าทั้งสองกลับไปถามมารดาของพวกเจ้าว่า ตอนที่มารดาของพว