ารอีกฝ่ายไม่ได้ แต่ก็ทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บสาหัสเขาสามารถสัมผัสได้ถึงความอ่อนแรงของอีกฝ่าย เหลิ่งหมิงในตอนนี้เกรงว่าแค่เพียงสะบัดมือก็สามารถสังหารได้แล้ว“เจ้าหนุ่ม ที่นี่คือสำนักตี้ถู! หากเจ้าสังหารข้า ต่อให้เจ้าคิดหนี ก็หนีไม่พ้น!”คนมองเซียวฮั่น เหลิ่งหมิงกุมร่างที่ได้รับบาดเจ็บของตนแน่น แล้วเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชาแน่นอนว่าการเคลื่อนไหวอย่างยิ่งใหญ่เช่นนี้ หากสำนักตี้ถูไม่มีปฏิกิริยาใด เช่นนั้นสำนักตี้ถูก็คงไม่ใช่สำนักตี้ถูเสียแล้วเมื่อพลังอันน่าหวาดผวาแผ่ปกคลุม ผู้อาวุโสเก่าแก่ท่านหนึ่งของสำนักตี้ถูก็ตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล คนผู้นั้นคือผู้อาวุโสชีเจวี๋ย นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้อาวุโสชีเจวี๋ยตื่นขึ้นมานับตั้งแต่ปิดด่านฝึกตน
ผู้อาวุโสชีเจวี๋ยในตอนนี้ได้บรรลุสู่ขั้นราชันแห่งโลกระดับที่แปดสำเร็จแล้ว เพราะเหตุนี้เองคนที่ตื่นขึ้นมาจากการหลับใหลเป็นคนแรกก็คือเขา“ข้ารู้แล้ว!”เมื่อสิ้นเสียงของเหลิ่งหมิง ลมปราณอันน่าหวาดกลัวกลุ่มหนึ่งได้แผ่คลุมออกมาจากสำนักตี้ถู แม้ว่าที่นี่จะอยู่ห่างจากสำนักตี้ถูนับพันล้านลี้ แต่ลมปราณอันน่าหวาดกลัวนั้นก็ยังคงกดข่มเซียวฮั่นจนหายใจไม่ออกนั่นคือลมปราณอันน่าหวาดกลัวของยอดฝีมือขั้นราชันแห่งโลกระดับที่แปด อานุภาพอันน่าพรั่นพรึงดุจอานุภาพแห่งเทพที่มาจากสวรรค์กดข่มลงมา สรรพสิ่งต่างเงียบสงัด ทั่วทั้งเขตตงไป่ต่างสั่นสะเทือนเพราะลมปราณสายนี้ยอดฝีมือขั้นราชันแห่งโลกระดับที่แป