“เจ้าอสูรกาย ข้าอยากเห็นเหมือนกันว่าผู้ใดจะช่วยเจ้า!”สายตาของถูกุยจ้องเขม็งไปที่เซียวฮั่น จิตสังหารในดวงตาของเขาทรงพลังยิ่งนัก ส่วนคลื่นลมปราณบนร่างของเขาก็น่าหวาดผวามากขึ้นเรื่อยๆ เขาแค้นเซียวฮั่นที่สังหารบุตรชายของตนชนิดที่อยู่ร่วมโลกกันไม่ได้“ข้ายังคงยืนยันคำเดิม ผู้ใดจะได้รับชัยชนะก็ยังคงไม่ล่วงรู้!”เซียวฮั่นคลี่ยิ้มพร้อมกับเผชิญหน้ากับยอดฝีมือขั้นราชันแห่งโลกห้าท่านอย่างสงบนิ่ง เวลานี้ค่ายกลแห่งความเป็นตายเหนือศีรษะกำลังโคจร กระบี่ม่อหยุ่นโผล่พ้นฝัก ทั้งยังมีพลังของกฎแห่งวิถีกระบี่รายล้อมรอบกาย“ปล่อยเจ้าเด็กนี่ไปไม่ได้แล้ว!”มองเพียงแวบแรก ผู้ดูแลเหลิ่งหมิงผู้เป็นเจ้าสำนักตี้ถูคนก่อนก็ดูความร้ายกาจของเซียวฮั่นออก และถึงขั้นที่เขาไม่เคยพบเจอกับบุคคลที่ร้ายกาจเช่นนี้มาก่อนในชีวิตก็ว่าได้ทั้งที่อยู่ในขั้นนักรบแห่งโลกระดับที่สองแต่กลับควบคุมพลังแห่งกฎแล้ว อีกทั้งจักรวาลระดับนักรบทั้งสองจักรวาลก็ยังพัฒนาเป็นค่ายกลสองแห่ง ส่วนอานุภาพของค่ายกลนั้น แม้แต่เขาผู้เป็นการดำรงอยู่ขั้นราชันแห่งโลกระดับที่ห้าก็ยังสามารถรับรู้ได้ถึงวิกฤติกาลอันรุนแรง
หากบุคคลที่ร้ายกาจเช่นนี้เติบโตขึ้นจนกลายเป็นยอดฝีมือขั้นราชันแห่งโลก เกรงว่าผู้ใดก็ตามในเขตตงไป่ก็มิอาจเป็นคู่มือของเขาสิ่งนี้ทำให้เขานึกถึงผู้ถือครองเฉียนคุนที่น่าเกรงขามท่านนั้นในเขตตงไป่ก่อนหน้านี้อย่างอดไม่ได้ มองจากร่างของเซียวฮั่น เขาก็เห็น