เมื่อออกจากหมู่บ้าน เซียวฮั่นก็ทัศนาจรโลกโลกีย์ต่อ เพราะหากเซียวฮั่นยังคงอยู่ในภูเขาสูงสิบล้านจั้ง แม้แต่สำนักตี้ถูก็ไม่กล้าลงมือกับเขาหนึ่งเดือนต่อมา เซียวฮั่นก็มาถึงกำแพงเมืองแห่งหนึ่งที่อยู่นอกภูเขาสูงสิบล้านจั้ง กำแพงเมืองแห่งนี้นามว่าเมืองวั่งเทียน เมื่อได้ยินชื่อก็รู้ว่าชื่อของเมืองแห่งนี้ตั้งขึ้นเพื่อสรรเสริญหอเทียนจี๋
เมืองวั่งเทียนแห่งนี้ความจริงแล้วเป็นเมืองใต้อาณัติของหอเทียนจี๋เจ้าเมืองเป็นศิษย์คนหนึ่งของหอเทียนจี๋ แน่นอนว่าเป็นศิษย์ที่ออกจากสำนักไปแล้ว ไม่ใช่ศิษย์หลักของสำนักที่แท้จริงเมื่ออาศัยชื่อเสียงจากการเป็นศิษย์ของหอเทียนจี๋ เจ้าสำนักแห่งเมืองวั่งเทียนจะต้องเป็นเจ้ายุทธจักรในเมืองแห่งนี้อย่างแน่นอน ขุมอำนาจทั้งหมดล้วนแต่ต้องฟังคำสั่งเขา ทำให้เจ้าเมืองเป็นผู้ที่แข็งแกร่งเพียงคนเดียวแต่ก็ช่วยไม่ได้ ใครให้เจ้าเมืองมีหอเทียนจี๋ยืนอยู่เบื้องหลัง เมืองวั่งเทียนเล็กๆ แห่งนี้ ขุมอำนาจในเมืองล้วนแต่เป็นขุมอำนาจเล็กๆ ต่อให้มียอดฝีมือขั้นนักรบแห่งโลกหนึ่งถึงสองท่าน แต่เป็นเพราะหอเทียนจี๋ขุมอำนาจทั้งหมดจึงจำเป็นต้องฟังคำสั่งของเจ้าเมืองเมื่อมาถึงเมืองวั่งเทียน ผู้คุมนอกเมืองกำลังเก็บภาษีเข้าเมือง ทุกคนล้วนแต่ต้องจ่ายภาษีเป็นศิลาวิญญาณระดับต˹าสิบก้อน มิเช่นนั้นจะไม่สามารถเข้าเมืองได้“ช้าก่อน ศิลาวิญญาณระดับกลางสิบก้อน!”เมื่อมาถึงเซียวฮั่น ผู้คุมที่อยู่ด้านหน้าเห็นว่าเซียวฮั่