กระบี่ม่อหยุ่นโผล่พ้นฝัก ก่อนจะสังหารคนเหล่านั้น โดยที่เซียวฮั่นยังไม่ทันกระพริบตาแม้แต่แวบเดียว อีกฝ่ายรนหาที่ตายเองจะมาโทษเขาไม่ได้ เขาเองก็มิใช่คนที่มีเมตตาแต่ไหนแต่ไร การชักชวนให้ผู้อื่นทำความดีและเข้าสู่เทศนาเท่านั้นถึงจะเป็นเรื่องที่นักปราชญ์ทำแต่เซียวฮั่นหาใช่นักปราชญ์ไม่ เขามิใช่คนแบบนั้น หากเจ้าไม่ยั่วยุเขา ตระกูลก็จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข แต่ถ้าหากเจ้ายั่วยุเขา เช่นนั้นก็ต้องขออภัยด้วย เพราะโครงกระดูกอันแห้งเหี่ยวใต้ฝ่าเท้าของเขาจะต้องมีมากกว่าชิ้นหนึ่งแน่นอนว่ากันตามตรง ต่อให้ตำหนักเฉิงจู่ที่ยุแหย่เซียวฮั่นเอง เซียวฮั่นก็ยังสังหารอีกฝ่ายไปหลายคนแล้ว และหากอีกฝ่ายยังยุแหย่เขาไม่หยุดเซียวฮั่นก็มิอาจไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้โดยสิ้นเชิงได้
ตำหนักเฉิงจู่ยังคงเดินไปบนถนนแห่งแสงสุริยันของตน ส่วนเซียวฮั่นก็เดินบนสะพานไม้ต้นเดียวของเขาต่อไป ทั้งสองฝ่ายยังคงต่างคนต่างอยู่แน่นอนว่าเซียวฮั่นได้สังหารยอดฝีมือและพ่อบ้านของตำหนักเฉิงจู่ไปแล้ว เรื่องนี้ย่อมมิอาจเลิกราได้ในทันที อย่างน้อยที่สุดอีกฝ่ายก็คงไม่คิดว่าจะเป็นเช่นนี้แน่นอนอย่างไรที่นี่ก็คือเมืองวั่งเทียน ทั้งยังเป็นเขตควบคุมของหอเทียนจี๋แต่ทว่าเซียวฮั่นกลับสังหารยอดฝีมือและพ่อบ้านของตำหนักเฉิงจู่ อีกฝ่ายย่อมไม่สามารถระงับการแสดงออกท่าทางของตนไว้ได้เป็นแน่“เจ้าเมืองแย่แล้ว! เจ้าเมืองแย่แล้ว!”เซียวฮั่นสังหารหลี่หวนและพรรคพวกก่อน จากน