ั้นข่าวถึงถูกส่งมายังตำหนักเฉิงจู่ในภายหลัง อย่างไรเมืองวั่งเทียนก็มีเพียงตำหนักเฉิงจู่เพียงตำหนักเดียวที่เป็นใหญ่ หลังจากเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น ตำหนักเฉิงจู่จึงได้รับข่าวในทันที ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นเรื่องใหญ่ระดับนี้“เกิดเรื่องอันใดขึ้น? ตะโกนเสียงดังเอะอะ หากแขกผู้มีเกียรติตื่นขึ้นมา เจ้ารับผิดชอบได้งั้นรึ?” หลังจากผู้อาวุโสสายนอกที่กำลังเสวนากับหลี่ซงเหล่านั้นได้ยินคำกล่าวของทาสรับใช้ของสำนักกำลังตะโกนพลางร˹าไห้ ในใจของเขาก็เกิดลางร้ายขึ้นมาทันที
“เจ้าเมือง พ่อบ้านรวมถึงผู้เสียสละอีกหลายท่านถูกคนสังหารขณะอยู่ในโรงเตี๊ยมขอรับ” พอทาสรับใช้ได้ยินดังนั้นก็เอ่ยพร้อมคุกเข่าลงกับพื้นทันใด แล้วจึงกล่าวอย่างเร่งรีบ“อะไรกัน?” ได้ยินดังนั้น หลี่ซงก็ลุกขึ้นยืนจากที่นั่งอย่างฉับพลันอย่างที่รู้กันว่าหลี่หวนและพรรคพวกออกเดินทางยังไม่ถึงช่วงเวลาหนึ่งก้านธูป งั้นก็กล่าวได้ว่าพอหลี่หวนและพรรคพวกเดินทางไปถึงโรงเตี๊ยมก็ถูกอีกฝ่ายสังหารเลยน่ะสิอีกฝ่ายมิได้เห็นตำหนักเฉิงจู่ในสายตาโดยสิ้นเชิง หลี่ซงก็เพิ่งเคยเจอคนที่ห้าวหาญถึงเพียงนี้เป็นหนแรก สิ่งสำคัญก็คือที่นี่คือเมืองวั่งเทียนและเป็นอาณาบริเวณของหอเทียนจี๋“ผู้ใดกันถึงได้ห้าวหาญเช่นนี้ คิดไม่ถึงเลยว่าจะกล้าล้วงคองูเห่าในหอเทียนจี๋!” หลังจากผู้อาวุโสสายนอกท่านนั้นได้ยินดังนั้น เขาก็เอ่ยด้วยความเกรี้ยวโกรธขึ้นมาทันที เห็นได้ชัดว่าเขาได้รับผลประโยชน์จากห