ยวฮั่นไม่ใช่ศิษย์คนใหม่ที่อาจารย์รับเข้ามา ไป่หลี่หยุนเฟิงจึงเกิดความสงสัยในตัวเซียวฮั่นเล็กน้อยภายใต้การนำทางของไป่หลี่หยุนเฟิง เซียวฮั่นก็มาถึงสวนไผ่ม่วงสวนไผ่ม่วงคือที่พักรองรับแขกผู้มีเกียรติของยอดเขาเทียนจี๋ ทั่วสวนเป็นป่าไม้รอบทิศที่ปลูกต้นไผ่ม่วงไว้มากมายทั่วสวนไผ่ม่วงมีเสียงร้องของเหล่าปักษาและกลิ่นหอมของมวลบุปผา ต้นไผ่สีม่วงโอนเอนไปตามสายลม มอบความรู้สึกสบายใจให้แก่ผู้พบเห็นยิ่งนัก
สิ่งก่อสร้างของสวนไผ่ม่วงปราณีตเกินบรรยาย เพียงมองก็รู้ว่าเป็นฝีมือของมหาปรมาจารย์ ในสวนไผ่มีภูผาและลำธารเล็กๆ ในลำธารมีมัจฉาเซียนที่กำลังว่ายวนอย่างสนุกสนานครื้นเครงทั่วสวนไผ่ม่วงมีพลังวิญญาณที่เข้มข้นถึงขีดสุด พลังวิญญาณล้วนแต่เข้มข้นถึงขั้นเกือบเป็นรูปเป็นร่าง นี่ล้วนแต่เป็นเพราะในป่ามีน˺าพุเซียนกล่าวได้ว่า สวนไผ่ม่วงจะต้องเป็นที่พักที่ดีเลิศที่สุดซึ่งหาพบได้น้อยมากทั่วยอดเขาเทียนจี๋ หรือแม้กระทั่งทั่วหอเทียนจี๋หากไม่ใช่เพราะเซียวฮั่นต้องการความสงบ เกรงว่าคงมีสาวใช้มาปรนนิบัติหลายสิบคน เพราะสวนไผ่ม่วงใช้สำหรับต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ เงื่อนไขใดของแขกผู้มีเกียรติ หอเทียนจี๋ก็ล้วนแต่ต้องทำให้แขกพึงพอใจ“สถานที่ไม่เลว รบกวนเจ้าแล้ว!”สำหรับสวนไผ่ม่วง เซียวฮั่นพอใจเป็นอย่างยิ่ง สถานที่แห่งนี้บรรยากาศดี ทุกแห่งเต็มไปด้วยพลังชีวิตที่คึกคัก ทั้งยังเงียบสงบเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งบริเวณใกล้ระยะหนึ่งร้อยลี้ไ